ยอมรับกลับคำ!! แม่เด็กกราบรองเท้า ลั่นปกป้องลูก เอาผิดครู-เหตุคลิปหลุดเร็ว รร.จ่อขอโทษ

แม่เด็กกราบรองเท้า ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ได้กลับคำพูดว่าจะไม่เอาเรื่องกับคุณครูที่สั่งลงโทษลูกชายที่เกินกว่าเหตุ และได้เจรจาตกลงกันเข้าใจแล้ว แต่เหตุที่เปลี่ยนใจ ที่ไปแจ้งความเอาผิดนั้น เหตุต้องปกป้องลูก เพราะคลิปหลุดไปสู่โซเชียลแล้ว หวั่นลูกอับอาย ขณะที่คณะครูโรงเรียน เตรียมเดินทางไปขอโทษผู้ปกครองในวันศุกร์ ที่ 11 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีครูโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี สั่งลงโทษ ด.ช.ติ้ว (นามสมมติ) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการใช้รองเท้าวางที่ศีรษะ และให้กราบรองเท้า หลังจากที่ ด.ช.ติ้ว (นามสมมติ) ทำผิดระเบียบของโรงเรียนโดยการใส่รองเท้าขึ้นไปบนอาคารเรียน

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเข้าพบกับคุณแม่ของ ด.ช.ติ้ว แต่ยังติดภารกิจและยังไม่สะดวกที่จะให้ผู้สื่อข่าวเข้าพบ แต่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า หลังจากที่ตัวเองได้ทราบเหตุ ก็นำลูกชาย ขอเข้าพบกับผู้บริหาร และครูที่สั่งลงโทษเด็ก ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยในการเจรจา ยอมรับว่า ได้ตกลงกันแล้ว ว่าจะไม่เอาผิดคุณครู และทางโรงเรียนขอให้ลบคลิปดังกล่าวออก ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจกันดีของทั้งสองฝ่าย แต่เหตุที่ต้องเปลี่ยนใจ และกลับคำ ที่จะมาเอาผิดคุณครูที่ก่อเหตุให้ได้ สาเหตุจากคลิปดังกล่าวได้หลุดออกไป และถูกเผยแพร่ออกไปยังสังคมโซเชียล และมีกระแสสังคมกว้างขวางอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนเกรงว่าลูกชายของตนเองจะถูกตำหนิจากโรงเรียน และเกิดความอับอาย จึงต้องการปกป้องลูกชายของตนเอง ถึงได้มีการไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.เดชอุดม ไว้ก่อน ส่วนจะเอาผิดคุณครูถึงที่สุดหรือไม่ จะต้องรอดูข้อกฎหมายจากพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ซึ่งจากเดิมทาง สภ.เดชอุดม มีกำหนดจะนัดไปสอบสวนตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. และได้ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 9 ส.ค.แทน

แม่ของด.ช.ติ้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ลูกได้เดินทางไปโรงเรียนเป็นวันแรก หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ตนได้สอบถามกับ ด.ช.ติ้ว โดยลูกชายบอกว่าตอนนี้ไม่รู้สึกอายแล้ว และลูกชายก็พยายามที่จะไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังมีเพื่อนและรุ่นพี่บางส่วน ได้เข้ามาให้กำลังใจ ด.ช.ติ้ว ด้วย จึงทำให้ลูกคลายกังวลไปได้บ้าง

ส่วนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 จ.อุบลราชธานี จะมีคำสั่งให้ คุณครูที่ลงโทษลูกชายไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตชั่วคราว เพื่อรอการพิจารณานั้น ตนก็รู้สึกคลายกังวลไปในระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องการจะย้ายโรงเรียนนั้น ตนจะไม่ขอย้ายลูกไปเรียนที่อื่น เพราะมีความเชื่อมั่นว่าทางโรงเรียนจะสามารถดูแลลูกชายของตนเองได้เป็นอย่างดี

ด้านนางอรษา วิเศษรอด รองผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งตัว ครูลงโทษ ด.ช.ติ้ว ไปช่วยราชการ เพราะต้องรอคำสั่งการจากผู้อำนวยการก่อน อีกทั้งยังอยู่ในช่วงที่ครูขอลากิจ และมีความเครียดวิตกเป็นอย่างมาก ส่วนทางด้านของสถานศึกษา ขณะนี้ทางคณะครู–อาจารย์ ได้นัดหมายกับผู้ปกครอง เพื่อที่จะเดินทางไปขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคมนี้

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

รถถอยชนแล้วหนี พลเมืองดีถ่ายคลิปให้เป็นหลักฐานทิ้งจดหมายฟ้องเจ้าของรถ(คลิป)

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์คลิปจากกล้องหน้ารถ โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่บริเวณตลาดแม่เหียะ จ.เชียงใหม่ ซึ่งพบว่ามีรถคันหนึ่งถอยหลังชนรถที่จอดเข้าซองอยู่บริเวณหน้าตลาดจากนั้นได้ขับหนีไป ซึ่งพลเมืองดีที่มีภาพจากกล้องหน้ารถ ซึ่งได้หยุดถ่ายคลิปเพื่อเป็นหลักฐาน และยังได้เขียนแจ้งให้รถที่ถูกชนทราบว่า โดนใครชนและหากต้องการหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อมาได้ทิ้งไว้ให้ด้วย ทำให้ต่อมาเจ้าของรถได้นำหลักฐานดังกล่าวไปแจ้งความ ซึึ่งได้เสียงชื่นชมอย่างมากในการทำหน้าที่พลเมืองดี

ขอบคุณที่มา CM108

วิจารณ์กระหึ่ม! คลิปแฉบริษัทจีนให้พนง.ชาย-หญิงเล่นเกมแบบนี้ในออฟฟิศ

 กำลังวิจารณ์กันกระหึ่มโซเชี่ยลของเมืองจีน หลังเพจ 搞名堂 ได้โพสต์คลิปการละเล่นสุดทะลึ่งของพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ โดยให้พนักงานชายจับพนักงานสาวโก้งโค้งกับโต๊ะแล้วผู้ชายใช้เป้ากางเกงกระแทกลูกโป่งที่บั้นท้ายของหญิงสาวให้แตก โดยมีพนักงานหญิงหลายคนยืนหัวเราะชอบใจและถ่ายคลิปกันอย่างสนุกสนาน โดยคลิปนี้ถือว่าเป็นคลิปไวรัลทีเดียว เพราะมียอดวิวเกือบ 2 ล้านวิวแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

แอร์สาวไฝว้นักท่องเที่ยวชาวจีน เหตุว่ายน้ำเก็บปลาดาว ปะการัง อยากเอากลับประเทศ!!

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Chart Pimpa โดยเธอเป็นแอร์โฮสเตทสาวที่ทำหน้าที่เป็นไกด์ให้การท่าอากาศยาน ได้นำเรื่องมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก หลังจากเจอเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชาวจีนพยายามจะเก็บปลาดาว ปะการัง หอย กลับประเทศจีน ซึ่งมีการเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเจรจาในตอนสุดท้าย เนื่องจากชาวจีนคนดังกล่าวไม่ยอมและยืนยันว่าจะนำของที่เก็บมาได้กลับประเทศ เพราะเป็นคนว่ายน้ำไปเจอมาด้วยตัวเองโดยข้อความดังกล่าวได้ระบุว่า “วันนี้แทบจะกินหัวกันแล้ว คุณเป็นนักท่องเที่ยวแต่ก็ใช่ว่าจะหยิบอะไรกลับประเทศคุณได้ง่ายๆ ดูแต่ตา ดื่มด่ำให้ฉ่ำใจ แต่ไม่ต้องหยิบกลับ!! อย่ามาทำนิสัยเสียๆในประเทศไทย #ปะการัง #ปลาดาว #หอย #งานล่ามจีน #คอแตกเรียบร้อย #บร้ายยย

*เพิ่มเติม นี่คือเหตุการณ์วันนี้สดๆร้อนๆ คนจีน นางสู้มาก ฉัตรก้สู้มาก ได้แผลด้วยเพิ่งเห็นตอนกลับถึงห้อง สุดท้ายเรียกตำรวจ เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องมา นางตกใจกลัวต้องเสียค่าปรับและดำเนินคดี ขางี้อ่อนเลย ยกมือไหว้ปรกๆ นี่แค่ตัวอย่าง1คนที่เจอวันนี้ แล้ววันอื่นๆหล่ะ ขนไปช่องทางอื่นๆหล่ะ ทรัพยากรธรรมชาติบ้านเราจะเหลือไรไว้บ้าง “ฉันว่ายน้ำเล่นแล้วไปเจอมา ฉันไม่ได้ขโมยจากใคร ฉันไม่รู้ ไม่ยอมรับผิด” อาอี๋กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อน! ผู้หญิงคุกเข่ามอบช่อดอกไม้ให้ผู้ชาย แต่กลับโดนทำร้ายจิตใจแบบนี้ (คลิป)

 คลิปนี้แชร์ว่อนในโซเชียลเมืองจีน เมื่อเว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่หญิงสาวคนหนึ่งหอบช่อดอกไม้ไปมอบให้ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ป้ายรถประจำทาง แต่กลับโดนฝ่ายชายปฏิเสธ ไม่ยอมรับดอกไม้ช่อนั้น พยายามเดินเลี่ยงๆหลบๆ แต่ฝ่ายหญิงก็ยังไม่ลดละ พยายามอ้อนวอนให้ผู้ชายรับช่อดอกไม้ สุดท้ายผู้ชายต้องเดินหนีไปขึ้นรถปอร์เช่ที่มีคนขับมารับ ฝ่ายหญิงก็ไม่ลดละเดินเข้าไปยื่นดอกไม้ให้ถึงในรถ แต่ฝ่ายชายก็ไม่สน ผลัดใส่ดอกไม้ออก แล้วเคลื่อนรถออกไปทันที

ที่มา>>>ข่าวสด

ก๋วยเตี๋ยว “จ่าโบ่” ห้อยขาชมวิว จากร้านในหมู่บ้านมูเซอห่างไกล ก่อนไปโด่งดังในเน็ต

จากร้านก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้านมูเซอห่างไกล ชาวโซเชียลเชียร์จนดัง ใครผ่าน ปาย-แม่ฮ่องสอน ต้องแวะ ฉายา “จ่าโบ่ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาชมวิว”ผู้สื่อข่าวได้แวะเข้าเยี่ยมร้านก๋วยเตี๋ยว “จ่าโบ่” ตั้งอยู่ ม.4 บ้านจ่าโบ่ ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นที่ล่ำลือกันในสังคมโซเชียล ว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยววิวเทพ ซึ่งร้านก๋วยเตี๋ยวจ่าโบ่ ตั้งอยู่ ระหว่างทาง ถนนสาย 1095 อ.ปาย – แม่ฮ่องสอน  แยกออกจากเส้นทางหลัก ไปทาง ถ้ำแม่ละนา ประมาณ 3 กม.น้องพร อายุ 35 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวจ่าโบ่ เล่าว่า แรกเริ่มเดิมที่ตนได้เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวกับแฟน เมื่อปี 2554  เป็นร้านเล็กๆ อยู่หน้าหมู่บ้าน บ้านจ่าโบ่ เป็นร้านเล็กๆ มี 3-4 โต๊ะ ขายเฉพาะคนในหมู่บ้าน และคนงานที่ไปทำไร่ทำสวน รายได้วันละ 400-800 บาท ต่อมาแฟนได้ต่อเติมร้าน ทำระเบียงยื่นออกไปบนเนินเขา เพื่อให้มีที่จอดรถสะดวกสบายมากขึ้น   ทีนักท่องเที่ยวแวะมาชิม ก๋วยเตี๋ยวตอนเช้า มีหมอกลงสวย เอารูปถ่ายร้านก๋วยเตี๋ยวไปโพส มีคนมาแชร์ไปกันเยอะแยะ จากนั้นก็เริ่ม มีคนมาเยี่ยมชมร้านก๋วยเตี๋ยวกันมากขึ้น ตนกับแฟนก็ตกแต่งร้านให้มีมุมถ่ายรูปเยอะขึ้น นักท่องเที่ยวมาที่ร้าน ก็จะเรียกชื่อว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวจ่าโบ่ กันจนติดปาก จนตนต้องทำป้ายชื่อร้านใหม่ บางคนก็ให้ฉายาว่า ร้านก๋วยเตี๋ยววิวเทพ  มีกลุ่มไบท์เกอร์ กลุ่มออฟโรด แวะเวียนกันมาถ่ายรูปมากมาย รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็มา  ร้านก๋วยเตี๋ยวจ่าโบ่ จึงเป็นที่รู้จักของคนมากขึ้น ถูกบรรจุใว้ในแผนการเดินทางมาเที่ยวแม่ฮ่องสอน ไปอีกด้วยน้องพร ยังเล่าต่ออีกว่า เศรษฐกิจในหมู่บ้าน เริ่มคึกคัก เพราะตนได้ จ้างคนในหมู่บ้านมาช่วยงานที่ร้านหลายคน  เริ่มมีการปรับปรุงบ้านเป็นแบบโฮมสเตย์ใว้รองรับนักท่องเที่ยวในราคาไม่แพง  จากเมื่อก่อนบ้านจ่าโบ่ เป็นแค่ทางผ่าน เดี๋ยวนี้ มีนักท่องเที่ยวมาแวะเที่ยว แวะซื้อของ แวะถ่ายรูป แทบตลอดทั้งปี ยิ่งช่วงฤดูหนาว  ตนขายก๋วยเตี๋ยวได้วันละ 5-6,000 บาท เลยทีเดียว

ตอนนี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวจ่าโบ่ ได้มีมุมนั่งแบบห้อยขา ที่น่าหวาดเสียว ทานก๋วยเตี๋ยว ไปชมวิวหน้าผา สวยๆ เป็นมุมถ่ายรูปที่แปลกขึ้นมาอีก  ใครผ่านไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วง อ.ปางมะผ้า ก็เชิญแวะชิมก๋วยเตี๋ยววิวเทพ จ่าโบ่ กันได้ ชามละ 35 บาท  พิเศษ 40 มีทั้งแบบน้ำใสและแบบต้มยำ เปิดบริการทุกวัน

ที่มา>>>ข่าวสด

Facebook กำลังจะมีโมเดลแบ่งสัดส่วนรายได้ให้กับผู้ใช้

ข่าวดีของคนใช้ เพราะ Facebook กำลังพิจารณาโมเดลที่จะให้ incentive แก่กลุ่มที่ผลิตคอนเทนต์บนโลกโซเชียล

hands-woman-laptop-notebook

Carolyn Everson รองประธานด้านการตลาดทั่วโลก ให้เหตุผลว่า คอนเทนต์คือส่วนที่สำคัญอย่างมากทั้งต่อFacebook และ Instagram เราอยากเป็นแพลตฟอร์มใหญ่ที่รองรับการผลิตคอนเทนต์ และพยายามหาทางที่แตกต่างเพื่อช่วยให้คนผลิตหารายได้จากคอนเทนต์เหล่านั้น จึงเกิดโมเดลแบ่งสัดส่วนรายได้นี้ขึ้นมา

โดยกลุ่มที่ Facebook มองไว้ว่าจะแบ่งรายได้คือ ข่าว กีฬา คนมีชื่อเสียง และอาจจะมีประเภทอื่นอีก Facebook ยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจน

จากตัวเลข active user ที่มีอยู่ 400 ล้านคน พบว่ามีการเติบโตของ Instagram สูงกว่า Facebook ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากนักการตลาดที่แต่เดิมใช้ Facebook เริ่มใช้ Instagram ร่วมด้วย เพื่อให้เกิดการเชื่อมไปมาระหว่างสองแพลตฟอร์ม

นักวิเคราะห์ฟันธงว่า Instagram คือปัจจัยหลักของการเติบโตของ Facebook  โดยคาดการณ์ว่ารายได้จากการซื้อโฆษณาของ Instagram จะมีค่าประมาณ 1.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 55 พันล้านบาท) หรือคิดเป็น 15% จากรายได้ทั้งหมดของ Facebook

ที่มา : adage

สายย่อก็มา! ครูโซ่ปิ๊งไอเดีย จัดเพลงตื๊ด สอน นร.แก้โจทย์เลข (ชมคลิป)

 

กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชียลอีกแล้ว สำหรับลีลาการสอนวิชาคณิตศาสตร์ของคุณครูโซ่ หรือนายยอดหทัย รีศรคำ ครูประจำวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนสุนทรภู่พิทยา จ.ระยอง หลังจากที่เคยโด่งดังในโลกโซเชียลด้วยวิธีการสอนแบบแปลกๆ จนถูกอกถูกใจนักเรียนหลายๆ คน

อย่างล่าสุด คุณครูโซ่ ก็ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอในเฟซบุ๊ก Kruso Yodhathai อีกครั้ง เป็นคลิปวิดีโอการสอนวิชาคณิตศาสตร์ โดยให้นักเรียนออกมาทำโจทย์บนกระดาน พร้อมกับเปิดเพลงแด๊นซ์ และเต้นไปกับนักเรียนอย่างสนุกสนาน หลังจากที่คลิปนี้ได้เผยแพร่ออกไป มีผู้เข้าชมคลิปนี้กว่า 4 แสนครั้งแล้ว หลายๆ คนก็แสดงความคิดเห็นชื่นชอบในการเรียนการสอนของคุณครูโซ่จำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ คุณครูโซ่ เคยเปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐทีวีว่า จุดเริ่มต้นของไอเดียการสอนแปลกๆ เริ่มมาจากสมัยตอนที่คุณครูเป็นนักเรียน มักจะรู้สึกว่าทำไมต้องเรียนในห้องเครียดๆ เลยคิดค้นหาวิธีให้เด็กรู้สึกอยากเรียนขึ้นมา และเมื่อไหร่ที่เด็กนักเรียนรู้สึกเบื่อ ครูก็จะหาวิธีสอนใหม่ๆ ปรับไปเรื่อยๆ โดยเชื่อมโยงคณิตศาสตร์ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน

หวิดเศร้า แม่ขับรถส่งลูกไป ร.ร.! ประตูเปิด ด.ญ.4 ขวบร่วงบนถนน (ชมคลิป)

(เครดิตภาพ บริษัท ลมพระยา สาขากระบี่)

หวิดเกิดเรื่องเศร้าบนถนนกลางเมืองกระบี่ ภาพจากกล้องหน้ารถบันทึกนาทีชีวิต ด.ญ.วัยประมาณ 4 ขวบ ร่วงตกจากรถฟอร์จูนเนอร์ขณะเลี้ยวตรงสี่แยก เคราะห์ดีที่รถที่วิ่งตามมาเบรกทัน ก่อนที่แม่จะรีบวิ่งมาคว้าลูกขับออกไป…

วันที่ 19 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กระบี่ ได้มีการแชร์ภาพหวาดเสียวนาทีชีวิต จากกล้องหน้ารถที่บันทึกไว้ได้จังหวะหนูน้อยเพศหญิงวัย 4 ขวบ หล่นจากรถฟอร์จูนเนอร์กระแทกพื้นถนนอย่างจัง ขณะแม่ขับรถเพื่อไปส่งโรงเรียนในช่วงเช้า โดยเหตุเกิดเวลาประมาณ 07.50 น. ของวันที่ 18 พ.ค.59 บริเวณสี่แยกไฟแดงนกอินทรี ถนนมหาราช ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่

ทั้งนี้ ภาพจากกล้องหน้ารถจะเห็นว่าประตูรถตรงที่นั่งหลังคนขับเปิดออก ในจังหวะเลี้ยวรถผ่านสี่แยก ส่งผลให้หนูน้อยหลุดออกมาจากภายในรถ และร่วงลงกระแทกพื้นถนนท่ามกลางรถที่ผ่านไปมาและหยุดรอสัญญาณไฟ ซึ่งภาพจากกล้องติดหน้ารถของเจ้าของบริษัท ลมพระยา สาขากระบี่ บันทึกไว้ได้ ถูกนำมาเผยแพร่ผ่านโลกโซเชียลจนมีการวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิผู้ปกครองไม่ระมัดระวังจนเกือบเกิดเรื่องเศร้า พร้อมกับชื่นชมคนขับรถเก๋งสีขาวที่หยุดรถได้ทัน เป็นฮีโร่ที่ช่วยชีวิตหนูน้อย

นางฐปนีย์ ยินดี อายุ 38 ปี ผู้จัดการบริษัทศูนย์ดีแทค สาขาเมืองกระบี่ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถจอดรอสัญญาณจราจรอยู่ตรงสี่แยกนกอินทรี เพื่อมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองไปทำงานที่ศูนย์ดีแทค จังหวะนั้นรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ สีฟ้า (ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน) ได้ขับผ่านหน้ารถตนเพื่อจะเลี้ยว สังเกตเห็นประตูบริเวณด้านหลังคนขับด้านซ้ายมือเริ่มเปิดออก แล้วก็มีเด็กพลัดตกลงมา จากนั้นเด็กได้ลุกนั่งร้องไห้เสียงดังลั่น ช่วงจังหวะเดียวกัน รถยนต์เก๋งสีขาว ที่ขับตามหลัง เหยียบเบรกได้ทันในระยะห่างแค่ 50 เซนติเมตรเท่านั้น ก่อนที่ผู้เป็นแม่ซึ่งเป็นคนขับรถจะรู้ตัว หยุดรถแล้ววิ่งมาอุ้มหนูน้อยรีบขึ้นรถออกไปทันที ท่ามกลางความตื่นเต้นของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ โชคดีเด็กแค่บาดเจ็บเล็กน้อย

เบื้องต้นคาดว่า เด็กคงเล่นซนแล้วไปปลดล็อกประตู หรือแม่อาจลืมกดปิดล็อกประตูรถ จนเป็นเหตุให้ประตูเปิดออก จนเด็กร่วงตกลงมา ซึ่งภาพที่เห็นเป็นอุทาหรณ์อย่างดีให้กับผู้ปกครองที่ใช้รถยนต์ส่งลูกไปโรงเรียน ให้เพิ่มความระมัดระวัง ก่อนที่จะสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป.

ที่มา>>>Thairath

พึบพรั๊บ…วั๊บๆแว๊บๆ!! พริตตี้สาวสวยเต้นโชว์เนินอกสุดเซ็กซี่ แต่ดันจุกโผล่ออกมาแบบนี้ ทำเอาหนุ่มๆถึงกับอ้าปากค้าง (มีคลิป)

หลายเป็นที่ฮือฮากันในโลกโซเชียลกันอย่างมาก เมื่อสาวสวยเต้นโชว์กลางเวที แต่กลับมีมือดีถ่ายคลิปตอนที่เธอกำลังเต้นเด้งๆ จนนมแทบทลักออกมา เห็นแล้วอยากจะไปช่วยจับให้มันเข้าที่ซะเหลือเกิน เอาเป็นว่าเรามาดูคิปนี้กันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไร จะหก หรือ ไม่หกต้องมาดูกัน

ที่มา>>>baabin