โจ๋ปฏิเสธไม่ได้ขืนใจด.ญ.13 แค่พาไปกักขังที่บ้าน รับรู้จักทางเฟซบุ๊กได้ 1 เดือน

จากกรณีที่ได้มีการแชร์ภาพของด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี สวมชุดเนตรนารีแล้วเกิดพลัดหลงกับญาติที่มารับข้าวสารอาหารแห้งในงานเทกระจาด ที่มูลนิธิสว่างเมตตานครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อมานางจารุวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี แม่ของด.ญ.เอ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ล่าสุดเจอตัวด.ญ.เอแล้ว ในสภาพร่างกายที่อิดโรย และมีร่องรอยบอบช้ำตามร่างกายและบริเวณที่ลำคอ มีผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่บ้านหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว นำตัวด.ญ.เอมาส่งให้กับครอบครัว เมื่อช่วงเวลา 12.30 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา เบื้องต้นทราบว่าด.ญ.เอไปกับเพื่อนที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ค และมาเจอกันที่งานเทกระจาด หลังจากนั้นเพื่อนชายชวนให้นั่งรถกระบะไปขับรถเล่น ก่อนที่จะพาไปยังบ้านหลังหนึ่งที่อำเภอสีคิ้ว กักขังไว้ภายในห้อง ไม่ได้ให้กินอาหาร ก่อนที่จะลงมือกระทำชำเราตลอด 2 วัน 1 คืน ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นางจารุวรรณ อายุ 41 ปี แม่ของด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 13 ปี เดินทางเข้าขอบคุณนายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ประธานกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตา ที่ช่วยนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพลูกสาวของตน ขณะที่เดินเข้ามูลนิธิกับเด็กวัยรุ่นก่อนหายตัวไป และสามารถติดตามตัวกลับมาได้ ขณะเดียวกันทางมูลนิธิสว่างเมตตาก็ได้นำข้าวสารอาหารแห้ง และเงินจำนวนหนึ่ง มอบให้กับครอบครัวนางจารุวรรณ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวน ว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่หายตัวไป ได้มีการกล่าวหาด.ช.บี (นามสมมติ) วัย 14 ปี ที่อาศัยอยู่ที่บ้านหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ที่พาตนเองไปกักขังอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 2 วัน นั้น ล่าสุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้านหนองหญ้าขาว พร้อมด้วยเด็กชายบี (นามสมมติ) และบิดา เดินทางเข้าพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เบื้องต้นจากการสอบสวนด.ช.บี ให้การยอมรับว่าตนรู้จักกับด.ญ.เอ ผ่านทางเฟซบุ๊กได้ประมาณ 1 เดือน และเดินทางมาเจอกันที่งานเทกระจาดก่อนที่จะพาด.ญ.เอไปนอนอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 1 คืน กับอีก 1 วันจริง แต่ไม่ได้กระทำชำเราด.ญ.บี เพียงแต่แค่กอดจูบเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องรอผลการตรวจจากแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมทั้งจะต้องทำการสอบสวนด.ญ.เอ และด.ช.บี พร้อมกับเจ้าหน้าที่อัยการ นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา อีกครั้งหนึ่งในช่วงบ่ายวันนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

เน็ตไอดอลจีน”นางพญางู” โพสต์ “สวัสดีค่ะ” ทักทายแฟนคลับชาวไทย

หลังโซเชียลมีเดียไทยเผยแพร่รูปหนุ่มเน็ตไอดอลของจีน “หลิว สีเฉิน” เจ้าของฉายา”นางพญางู” ที่ไปทำศัลยกรรมมาจนมีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์สุดๆมานาน ล่าสุด หลิว สีเฉิน รู้แล้วว่า ตัวเองก็มีแฟนๆชาวไทยไม่น้อย และถือโอกาสโพสต์เฟซบุ๊กทักทายแฟนๆชาวไทยด้วย   โดยล่าสุด หลิว โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นภาษาจีน ระบุว่า “ฉันเพิ่งพบว่าในเพจของฉันมีแฟนๆชาวไทยหลายคน” โดยหลิว ยังเปิดหน้าอกโชว์ครึ่งหนึ่งให้แฟนๆชาวไทยชม พร้อมกล่าวคำว่า สวัสดีค่ะ อีกด้วย ซึ่งโพสต์นี้ของหลิวก็มีแฟนๆเข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย โดยหลิวยังแสดงความเห็นเป็นภาษาไทย ระบุว่า “ฉันเป็นซุปเปอร์สตาร์ระหว่างประเทศ” อีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดหื่น หนุ่มสไลด์หนอนโชว์สาวกลาววินรถตู้ ถ่ายคลิปประจาน (คลิป)

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์คลิปผ่านเพจ youlike โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก ชิดชนก นาคดอนทอง ได้ระบุว่า “ภัยใกล้ตัว!! มาใช้บริการที่วินรถตู้ปกติ ตอนช่วงเวลาตีสามตีสี่ บังเอิญวันนี้ ผู้โดยสารดันมีเราคนเด่วนั้งยุ สักครู่ไอ้เดรสัตว์ นี้ก้อมาจอดรถหน้าร้าน แล้วนั้งทำอย่างว่า แล้วส่งเสียงเพื่อที่จะให้เราหันไปมอง แต่พอเราไม่สนใจ มันกลับเดินเข้ามาทำใกล้ๆ ด้านหลังเรา เราแกล้งหยิบโทสับก้มหน้าก้มตาเล่น พอมันเห็นเรายังไม่สนใจมันอีก มันจึงเดินมานั่งทำข้างหน้าเราเลย ไม่รุ้จะบอกให้เจ้าของวินช่วยยังไง เพราะแกก้อไม่เห็น เราเลยถ่ายคลิป แล้วโทรแจ้ง สภ.เมืองปราจีน ให้มาเอาตัวมันไป แต่มันไหวตัวทัน เพราะตำรวจขี่รถมาแล้วมันเห็น ตร.ก่อนพอดี อ่านแล้วแชร์ต่อนะค่ะ ตร.จับไม่ได้ มันขี่โซนิก สีดำแดง หนี้ไป นี้ขนาดมีเจ้าของวินนั่งยุด้วยนะ มันยังกล้า เห็นแชร์ต่อนะ มันจะได้โดนจับ พวกโรคจิต”

โดยคลิปดังกล่าวได้รับการแชร์ไปแล้วกว่า 5 หมื่นครั้ง ซึ่งพบว่า ผู้ถ่ายคลิปได้ถ่ายไว้ได้สองคลิป แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ชายคนดังกล่าวตั้งใจจะทำให้ผู้หญิงหันมาสนใจ มีการเลื่อนเก้าอี้เข้าใกล้จนผู้โพสต์แจ้งความจึงได้หนีไป

ที่มา>>>ข่าวสด

11 สิ่งที่ผู้ใช้ควรลบออกจากเฟซบุ๊ก เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ indy100.independent.co.uk ของประเทศอังกฤษรายงานถึงคำแนะนำในการใช้เฟซบุ๊กเพื่อความปลอดภัยโดยระบุถึง 11 สิ่งที่ผู้ใช้ควรลบออกจากเฟซบุ๊ก เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของตนดังต่อไปนี้facebook

1.วันเกิด
ข้อมูลวันเกิดเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เมื่อรวมเข้ากับชื่อและที่อยู่ ซึ่งผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ในการเข้าถึงบัญชีธนาคารและข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ได้

2.เบอร์โทรศัพท์
ถ้าโชคดีคุณอาจได้รับสายจากคนสุภาพที่ชื่นชอบคุณ แต่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดก็คือสายจากพวกสะกดรอยโรคจิตที่จะโทรมารบกวนคุณอย่างไม่หยุดหย่อน

3.เพื่อนที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์
โรบิน ดันบาร์ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ระบุว่าจากการศึกษาพบว่าตามทฤษฎีแล้วมนุษย์สามารถรักษาความสัมพันธ์ที่คงที่ได้กับคนจำนวน 150 คนโดยประมาณ
ดันบาร์ ศึกษาผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวน 3,375 คนพบว่าโดยเฉลี่ยผู้ใช้เหล่านี้จะมีเพื่อนจำนวน 4.1 คนที่คิดว่าสามารถพึ่งได้ และมีเพื่ออีกราว 13.6 คนที่จะแสดงความเห็นอกเห็นใจในช่วงเวลาที่เราอยู่ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตทางอารมณ์
ฉะนั้นรายงานจึงระบุว่าการลบผู้ที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กันเลยเป็นวิธีการที่ดีในการใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีความสุข

4.ภาพลูกๆของคุณ หรือสมาชิกครอบครัวที่เป็นเด็ก
วิกตอเรีย แนช ผู้อำนวยการสถาบันอินเตอร์เน็ตมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ตั้งคำถามสำคัญที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ระบุว่า “ข้อมูลอะไรที่เด็กๆ อยากเห็นเกี่ยวกับตัวเองในโลกออนไลน์ในอนาคต” นั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาและเกี่ยวข้องกับสิทธิที่กฎหมายในบางประเทศให้ความคุ้มครองด้วย

5.สถานที่ๆลูกๆหรือเด็กๆสมาชิกครอบครัวไปโรงเรียน
ท่ามกลางสถานการณ์การล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน โดยล่าสุดระหว่างปี 2013-2014 เกิดคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กมากถึง 36,429 คดีในอังกฤษนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา
สถิติดังกล่าวน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กปกป้องเด็กๆ จากการเปิดเผยโรงเรียนที่เด็กๆ ต้องไป

6.โลเคชั่นเซอร์วิส
เว็บไซต์เทคครันช์ รายงานเมื่อปี 2558 ระบุว่ามีผู้ใช้กว่า 500 ล้านคนที่ใช้เฟซบุ๊กผ่านทางอุปกรณ์มือถือ นั้นหมายถึงว่ามีผู้ใช้ถึง 500 ล้านคน ที่จะเปิดเผยสถานที่อยู่ของตนเองโดยอัตโนมัติ ให้กับผู้ที่อาจอยากจะทำร้ายคุณได้ล่วงรู้

7.เจ้านาย
ประเด็นคลาสสิก สำหรับผู้ใช้เฟซบุ๊ก โดยรายงานระบุว่า เฟซบุ๊ก เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ในบางขณะที่ผู้ใช้ต้องการใช้เพื่อการผ่อนคลาย แต่เมื่อใดก็ตามที่เจ้านายสามารถเข้าถึงฟีดข่าวของคุณได้ เมื่อนั้นเจ้านายคุณก็สามารถเข้าถึงสเตตัสที่คุณโพสต์บ่น ที่รวมไปถึงเรื่องงานของคุณก็ได้

8.หยุดแท็กโลเคชั่น
ผู้ใช้มักลืมว่าการแท็กสถานที่ในสเตตัสต่างๆ ที่ตั้งขึ้นนั้นเปรียบเสมือนการให้ที่อยู่ของบ้านคุณโดยไม่รู้ตัว

9.เวลาและสถานที่ที่คุณไปเที่ยวพักผ่อน
เว็บไซต์ดิสอิส มันนีย์ เว็บไซต์ด้านการเงินระบุว่า นักท่องเที่ยวที่ถูกปล้นระหว่างการเดินทางในช่วงวันหยุดอาจไม่ได้รับการอนุมัติเงินประกันหากผู้เอาประกันโพสต์แผนการท่องเที่ยวผ่านโซเชียลมีเดีย เนื่องจากบริษัทประกันจะพิจารณาว่า ผู้เอาประกันไม่ได้ป้องกันตัวจากผู้ไม่ประสงค์ดีอย่างเพียงพอด้วยการโพสต์ข้อมูลต่อสาธารณะ

10.สถานะความสัมพันธ์
หากคุณอยากฉลองสถานะความสัมพันธ์ใหม่ อย่าทำในเฟซบุ๊ก เหตุผลหนึ่งก็คือผลจากการเปลี่ยนสถานะจาก “in a relationship” ไปยัง “single” นั้นจะทำให้คุณรู้สึกแย่มากกว่า

11.ข้อมูลเครดิตการ์ด
อย่าได้ลองทำเลยทีเดียว มันไม่ใช่ไอเดียที่ดี

ที่มา>>>มติชน

แฉธุรกิจ “ออรัลเซ็กซ์” เปิดโจ๋งครึ่มกลางกรุง สาวให้บริการอื้อ ฝรั่งเขียนรีวิวยิบ!!

ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูล ว่า มีการเปิดธุรกิจสำเร็จความใคร่ด้วยปาก หรือ ออรัลเซ็กซ์ ที่ย่านนานา แหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติกลางกรุงเทพมหานคร โดยเปิดเป็นลักษณะร้านคล้ายคลินิก หรือ ร้านตัดผม โดยเปิดไฟสว่างไสวมีผู้หญิงคอยให้บริการ และแบ่งประเภทของผู้ให้บริการด้วยการใช้คำว่า“พยาบาล” และ “ที่ปรึกษา” โดยมีการกำหนดราคาของการใช้บริการอยู่ที่ 700 – 1,000 บาท และราคานอกสถานที่ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร้านในลักษณะเดียวกันตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งภูเก็ต พัทยา เป็นต้น ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเว็บไซต์ของร้านดังกล่าว พบว่าเน้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีการระบุรายละเอียดการให้บริการไว้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการเขียนรีวิวถึงสถานที่ดังกล่าวโดยชาวต่างชาติ โดยบล็อกเกอร์รายหนึ่ง ได้เขียนเรื่องราวของร้านดังกล่าวไว้ตั้งแต่ปี 2014 โดยให้ชื่อเรื่องว่า “I Went to a Blowjob Bar in Bangkok, Thailand” ซึ่งได้บรรยายถึงบรรยากาศของร้านว่า คล้ายคลินิกเพราะสว่างไสว มีอุปกรณ์คล้ายร้านทำผม รวมทั้งได้เข้ามาทดลองใช้บริการด้วย อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเฟซบุ๊ก ก็พบว่า ร้านดังกล่าวมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดและเพิ่งอัพภาพพนักงานเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา  

ที่มา>>>ข่าวสด

เผยคำพูด น้องชาย ของ ‘น.ต.พสิษฐ์’ หลังทราบข่าวพบซากฮ.ตก

เผยคำพูด น้องชาย ของ 'น.ต.พสิษฐ์' หลังทราบข่าวพบซากฮ.ตก

หลังจาก พล.อ.อ.สุทธิพงษ์ อินทรียง ผู้บัญชาการกรมควบคุมการปฎิบัติทางอากาศ (ผบ.คปอ.) ออกมายืนยันว่า พบซาก เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศที่สูญหายแล้ว โดย นาวาอากาศตรีพสิษฐ์ เตชะเสน, เรืออากาศเอกอลงกรณ์ จันทร์กระจ่าง นักบิน และ พ.อ.อ.วิสุทธิ์ พุทธรักษา ช่างเครื่อง เสียชีวิตทั้ง 3 นาย

ก่อนหน้าที่จะทราบข่าวร้าย เมื่อวานนี้ (27 มิ.ย.) นาวาตรี กันตินันท์ เตชะเสน ทหารเรือนาวิกโยธิน นายทหารประจำศูนย์ฝึกนาวิกโยธิน ซึ่งเป็นน้องชายของ นาวาอากาศตรี พสิษฐ์ ซึ่งได้ลงพื้นที่เพื่อตามหาพี่ชาย กว่า 2 วันแล้ว

ได้ให้สัมภาษณ์กับ คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวชื่อดัง ว่า ยังมีความหวังว่าพี่ชายยังปลอดภัย และจะสามารถพาพี่ชายกลับบ้านได้ เพราะยังมีพ่อ แม่ ภรรยา และลูกชายวัย 6 ขวบ ของพี่ชายรออยู่

โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา นาวาตรี กันตินันท์ พร้อมนายทหารนาวิกโยธิน 6 นาย และชาวบ้าน ร่วมถึงผู้สื่อข่าว 2 คน ได้เดินเท้า เดินเท้าค้นหาพี่ชาย มุ่งหน้าหุบรองเท้านารีที่ UAV พบวัตถุต้องสงสัย โดยหลังจากทราบข่าวพบซากเฮลิคอปเตอร์ โดยบอกว่า “ไม่เป็นไรครับ เราเป็นทหาร” 

ทั้งนี้ หลังจากทราบข่าว นาวาตรี กันตินันท์ และคณะจะเดินเท้ากลับฐาน โดยจุดที่พบซากเฮลิคอปเตอร์ อยู่ห่างจากฐานเรดาร์ 500 เมตร  ไม่ใช่จุดรองเท้านารี

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊กThapanee Ietsrichai

ที่มา>>>Sanook

แทบอ้วก! แห่แชร์เบื้องหลังลอดช่อง ใส่ถังสี มีคราบดำ วางบนพื้นสกปรก

มีเรื่องร้องเรียนที่แห่แชร์กันมากในโลกออนไลน์ กรณีมีชาวเน็ตไปพบเบื้องหลังของการทำลอดช่อง ที่บรรจุใส่ถังสีพลาสติก แถมวางบนพื้นสกปรกด้วย กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ภาพขนมลอดช่องสีเขียว มีใบเตยโรยหน้า บรรจุอยู่ในถังสี แถมบริเวณขอบด้านบนของถัง ก็มีรอยคราบดำเปื้อน และวางอยู่บนพื้นในตลาดแห่งหนึ่งที่อำเภอหาดใหญ่ โดยผู้โพสต์เล่าว่า หลังจากที่โพสต์ภาพออกไป มีหลายคอมเมนต์ที่เป็นร้านทำลอดช่อง เขาบอกว่า ตรงขอบถัง เป็นรอยตะกอนจากน้ำปูนใส ส่วนสาเหตุที่นำภาพมาโพสต์ เพื่อให้อยากรู้ว่า จะกินอะไรก็ขอให้ดูที่มาของอาหารดีๆ และเจ้าตัวก็จะไม่ระบุว่าเป็นร้านที่ไหน แต่ถ้าเจ้าของร้านมาเห็น ก็ขอให้ปรับปรุงด้วย

ล่าสุดมีชาวเน็ตแห่แชร์ภาพลอดช่องใส่ถังพลาสติกนี้ไปกว่า 6 พันครั้งแล้ว หลายคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็รู้สึกกังวลเรื่องความสะอาดถูกสุขลักษณะ ไม่กล้ากินลอดช่อง อีกส่วนหนึ่งก็แนะนำว่า ควรจะใส่ถุงพลาสติกรองอีกทีก็ยังดี

ด้านทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามทางเจ้าของคนโพสต์ในเบื้องต้น เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นร้านลอดช่องขายส่งที่ตลาดแห่งหนึ่งของหาดใหญ่ หลังจากวันที่โพสต์ภาพไปครั้งแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 พ.ค.ก็ได้ไปตลาดอีกครั้ง ก็ยังคงพบว่าร้านนี้นำลอดช่องมาใส่ถังสีอยู่เหมือนเดิมสำหรับข้อมูลจาก สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ เรื่อง ข้อกำหนดด้านสุขาภิบาลอาหารสำหรับร้านอาหาร ได้ระบุไว้ว่า ต้องไม่วางภาชนะใส่อาหารบนพื้น ตลอดจนทำให้อาหารปนเปื้อนสิ่งสกปรก และอาหารที่ปรุงสำเร็จ ต้องเก็บไว้ในภาชนะที่สะอาด มีการปกปิดอาหารไว้ตลอดเวลาเพื่อป้องกันสัตว์ แมลงนำโรค ฝุ่นละออง และตั้งวางสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซ็นติเมตรขอบคุณภาพจาก สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

ที่มา>>>Thairath

สายย่อก็มา! ครูโซ่ปิ๊งไอเดีย จัดเพลงตื๊ด สอน นร.แก้โจทย์เลข (ชมคลิป)

 

กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชียลอีกแล้ว สำหรับลีลาการสอนวิชาคณิตศาสตร์ของคุณครูโซ่ หรือนายยอดหทัย รีศรคำ ครูประจำวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนสุนทรภู่พิทยา จ.ระยอง หลังจากที่เคยโด่งดังในโลกโซเชียลด้วยวิธีการสอนแบบแปลกๆ จนถูกอกถูกใจนักเรียนหลายๆ คน

อย่างล่าสุด คุณครูโซ่ ก็ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอในเฟซบุ๊ก Kruso Yodhathai อีกครั้ง เป็นคลิปวิดีโอการสอนวิชาคณิตศาสตร์ โดยให้นักเรียนออกมาทำโจทย์บนกระดาน พร้อมกับเปิดเพลงแด๊นซ์ และเต้นไปกับนักเรียนอย่างสนุกสนาน หลังจากที่คลิปนี้ได้เผยแพร่ออกไป มีผู้เข้าชมคลิปนี้กว่า 4 แสนครั้งแล้ว หลายๆ คนก็แสดงความคิดเห็นชื่นชอบในการเรียนการสอนของคุณครูโซ่จำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ คุณครูโซ่ เคยเปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐทีวีว่า จุดเริ่มต้นของไอเดียการสอนแปลกๆ เริ่มมาจากสมัยตอนที่คุณครูเป็นนักเรียน มักจะรู้สึกว่าทำไมต้องเรียนในห้องเครียดๆ เลยคิดค้นหาวิธีให้เด็กรู้สึกอยากเรียนขึ้นมา และเมื่อไหร่ที่เด็กนักเรียนรู้สึกเบื่อ ครูก็จะหาวิธีสอนใหม่ๆ ปรับไปเรื่อยๆ โดยเชื่อมโยงคณิตศาสตร์ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน