วิจารณ์แหลก สาวยืนเฉยๆ ดูเด็กโดนรถทับต่อหน้าต่อตา ไม่ร้องเตือน-ไม่ช่วยเหลือ

  เมื่อวันที่ 8 .เซียงไฮอิสต์เผยคลิปวิดีโอชิ้นหนึ่งในโลกออนไลน์โดยมีเด็กคนหนึ่งนั่งยองๆอยู่บนถนนก่อนที่จะถูกรถทับต่อหน้าต่อตาสตรีคนหนึ่งที่อุ้มเด็กอยู่บริเวณดังกล่าว และสตรีคนดังกล่าวไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใดๆทั้งสิ้น

 โดยในคลิปเผยให้เห็นช่วงจังหวะตั้งแต่ก่อนหน้าที่รถยนต์จะค่อยๆแล่นทับเด็กชายที่กำลังนั่งยองอยู่หน้ารถ ส่วนผู้หญิงที่กำลังอุ้มเด็กในคลิปดังกล่าวยืนห่างจากจุดเกิดเหตุเพียงไม่กี่เมตร

 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสตรีคนดังกล่าวไม่ได้แสดงท่าทีเตือน รวมไปถึงแจ้งให้เด็กหรือคนขับรถทราบถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และหลังจากที่เด็กคนดังกล่าวถูกทับ สตรีผู้นี้ก็ยังนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่าคนขับรถอาจจะมองไม่เห็นเด็กที่นั่งยองๆอยู่หน้ารถ เนื่องจากหลังจากทับเด็กแล้ว คนขับรถได้หยุดรถทันทีและรีบมาช่วยเด็กพร้อมกับขับรถไปยังโรงพยาบาล แต่โชคยังดีที่เด็กเคราะห์ร้ายคนนี้มีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 ทั้งนี้ แม่ของเด็กดเคราะห์ร้ายคนนี้ออกมาตำหนิสตรีที่อยู่ในคลิปว่าหากมีการเตือน หรือพูดขึ้นมาคงไม่เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้น

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สาวไทยหายตัวระหว่างไปแคมป์ปิ้ง พบรถตกเหวลึก น้ำท่วมครึ่งคัน แต่หาตัวไม่พบ!!

เป็นเรื่องที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊ก Methinee Meeluea ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า เพื่อน ชื่อ มิน ประสบอุบัติเหตุ ไม่สามารถติดต่อได้ และหาตัวไม่พบ ระหว่างเดินทางไปแคมปิ้ง ในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงได้แชร์เรื่องราวดังกล่าวพร้อมทั้งภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง

โดยข้อความระบุว่า “เพื่อนๆ พี่ๆ คะ ตอนนี้เพื่อนสนิทเรา คือ มินกับเพื่อนมิน ประสบอุบัติเหตุอยู่ที่แคลิฟอเนีย ติดต่อมินไม่ได้ตั้งแต่วันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2560 เวลาอเมริกา คือ ตั้งแต่บ่าย 2 โมง ซึ่งเมื่อเช้านี้เวลาไทย พี่สาวมินโทรคุยกับตำรวจ เขาบอกว่าขึ้นฮ.ไปสำรวจดู เห็นรถที่มินกับเพื่อนเช่าที่จะเดินทางไปแคมปิ้ง ตกในเหวลึก 500 ฟุต สภาพรถคือจมน้ำครึ่งคัน ตอนนี้หาตัวมินกับเพื่อนยังไม่เจอ ตอนนี้เรื่องถึงสถานทูตใหญ่ที่ DC แล้ว ท่านทูตช่วยประสานให้สถานกงศุลที่ LA ช่วยไปเร่งตำรวจให้แล้ว

ตอนนี้ เราเองก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน และไม่รู้จะทำอะไรได้แค่ไหน แต่อยากขอให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่รู้จักหรือไม่รู้จักมิน กับเพื่อนมิน ช่วยกันสวดมนต์ อธิษฐานให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง นางสาวทิวาดี แสงสุริยฤทธิ์ และเพื่อนชื่อกอล์ฟ (รบกวนบอกชื่อมินกับเพื่อนด้วยนะคะ) ให้ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย ตำรวจเจอตัวทั้งสองคน ถ้ากรวดน้ำ รบกวนอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ของนางสาวทิวาดี แสงสุรืยฤทธิ์ด้วยนะคะ

 

จุดเกิดเหตุคือ Freeway180 towards Kings Canyon, CA (แคลิฟอเนีย) รบกวนช่วยสวดมนต์อธิษฐานหน่อยนะคะ ขอให้เพื่อนรอดปลอดภัย หาตัวเจอขอให้ไม่เป็นอะไรเลย หรือขอให้ไม่เกิดเหตุการณ์อะไรร้ายๆ หรือเคราะห์ร้ายอะไรทั้งนั้นนะคะ ตอนนี้โคตรไม่โอเคเลย ไม่คิดว่าจะมาเกิดอะไรแบบนี้กับมิน ทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ขอให้รอดปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตรายวะเพื่อน ขอให้คำอธิษฐานของทุกคน ช่วยมึงได้นะ”

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ซีอาร์วีกระทืบเบรกตัวโก่ง! จู่ๆลุงโผล่วิ่งพรวดข้ามถนน สุดท้ายไม่ทันชนกระเด็นดับสลด!!

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนชายข้ามถนนเสียชีวิตบนถนนสายปทุมธานี-สามโคก กม.ที่3+600 หมู่ 1 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาเวหาปทุม

ที่เกิดเหตุกลางถนนพบศพชายนอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลแตกที่ศีรษะใกล้กันมีห่อผ้าตกอยู่ ห่างออกไป 10 เมตรพบรถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วี สีเทา หมายเลขทะเบียน วท 1991 กทม.จอดอยู่สภาพกระจกหน้าแตกร้าว กันชนหน้าหลุด โดยมี นายสมเชิง ซุ่นเซ่ง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/69 หมู่ 4 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี คนขับรถยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยอาการตกใจ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายชรัมภ์ ไชยมณี อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 6/7 หมู่ 5 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
จากการสอบสวนนายสมเชิง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถกลับบ้านโดยขับอยู่เลนขวา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆผู้ตายก็วิ่งพรวดข้ามถนนมาอย่างกะทันหัน ตนพยามเบรกแล้วแต่ไม่ทันทำให้ผู้ตายอย่างแรงจนลอยขึ้นมากระแทกกระจกแล้วตกลงไปบนถนน จึงรีบลงมาช่วยเหลือแต่ปรากฎว่าเสียชีวิตไปแล้วจากนั้นรับแจ้งตำรวจมาที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวนายสมเชิงไปสอบสวนปากคำอย่างละเอียด ส่วนศพผู้เสียชีวิตนำส่งโรงพยาบาลสามโคก ก่อนแจ้งให้ญาติทราบแล้วมารับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผัวเมียขับเก๋งพุ่งตกลงแม่น้ำ สุดระทึก โยนลูกทารกให้คนบนฝั่งรับ(คลิป)

เซี่ยงไฮ้อิสต์รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่มณฑลหูนาน ประเทศจีน เมื่อสามีภรรยพร้อมลูกทารกเข้ารถกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่กลับประสบอุบัติเหตุขับรถเสียหลักพุ่งตกลงไปในทะเลสาบแห่งหนึ่ง

ขณะที่รถกำลังจะจมลงนั้น พ่อและแม่พยายามปีนป่ายออกจากรถมายืนบนฝากระโปรงหน้ารถ โดยพ่อได้อุ้มลูกทารกไว้ ซึ่งรถลอยอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 5 เมตร โดยมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ยืนดูอยู่บนฝั่งหลายสิบคน

จังหวะนั้นเอง พ่อได้โยนลูกทารกไปให้กลุ่มชาวบ้านที่อยู่บนฝั่ง บังเอิญรับไว้พอดิบพอดี ส่วนตัวพ่อก็เสียหลักเซตกลงไปในน้ำ ซึ่งกลับพบว่าน้ำไม่ได้ลึกมาก สามารถยืนได้

อย่างไรก็ตาม คลิปนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเห็นว่าการโบนทารกแบบนั้นอาจเกิดอันตรายได้ หากคนรับรับไม่ทัน เด็กอาจได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งควรตรวจสอบก่อนว่าน้ำลึกหรือไม่ลึก

ที่มา>>>ข่าวสด

ตายยกคัน 4 ศพ!! เก๋งชนสนั่นพุ่งตกน้ำ สามหนุ่มดับคาที่-สุดยื้อสาวเบญจเพสตายตาม

 รถเก๋งเซลล์แมนหนุ่มพุ่งชนเสาป้ายสะพาน กระเด็นตกลงไปในลำน้ำข้างทาง ชาวบ้านได้ยินเสียงดังสนั่น ออกมาช่วยนำคนเจ็บออกจากรถ ก่อนรถจมลงไปในน้ำ แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตคนขับและผู้โดยสาร รวม 4 คนไว้ได้ ตายยกคัน

วันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.สนัด พรหมประเสริฐ พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักตกลงไปในลำน้ำห้วยขะยุงบริเวณสะพานลำห้วยขะยุง กม.ที่ 28 ถนนอุบล-ศรีสะเกษ ขาออก บ้านห้วยขะยุง ตำบลห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มีผู้เสียชีวิตหลายราย201610101045312-20021028190334หลังรับแจ้งจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบูชาธรรม กู้ชีพโรงพยาบาลวารินชำราบ หน่วยกู้ชีพห้วยขะยุง เข้าไปช่วยเหลือ ถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่กู้ชีพและพลเมืองดีลำเลียงคนเจ็บออกจากรถ 4 ราย เป็นชาย 3 ราย หญิง 1 ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายกฤษณะ ดอกนางแย้ม อายุ 32 ปี คนขับรถ อยู่บ้านเลขที่ 30/15 ม.2 ต.บางกระเจ้า อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร นายธีรพงศ์ ทุมมากรณ์ อายุ 20 ปี นายวรวัฒน์ มูลสาร อายุ 22 ปี นั่งมาในรถด้วย โดยทั้ง 3 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ201610101045313-20021028190334ส่วน น.ส.เมสินี บอขุนทด อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอ และเสียชีวิตต่อมา เมื่อเช้ามืดวันนี้

ส่วนใต้สะพาน พบรถยนต์เก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน ฌฐ 3792 กรุงเทพฯ ซึ่งพุ่งชนเสาปูนบอกป้ายชื่อสะพานจมอยู่ในน้ำ ห่างจากฝั่งประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัย และป้องกันภัยจังหวัดอุบลราชธานีใช้สลิงลากรถขึ้นมา201610101045311-20021028190334สอบถามนายไชยยา พลศักดิ์ อายุ 42 ปี พลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือ เล่าว่า ขณะกำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงเหมือนรถชนของแข็งเสียงดังสนั่น จึงได้ออกมาดู พบว่ามีรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส ชนกับเสาปูนป้ายบอกชื่อสะพาน ก่อนตกลงไปในน้ำ จึงได้ร่วมกับเพื่อนบ้านเข้าไปช่วยดึงร่างคนบาดเจ็บที่ติดคาอยู่ในซากรถทั้ง 4 คน ก่อนรถไหลลงไปในน้ำ และติดออยู่กับกอต้นไมยราบ โดยทุกคนอยู่ในอาการสาหัส กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดกู้ภัยมาถึงได้พยายามช่วยชีวิต แต่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้ง 3 คน และอีกคนเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวม 4 คน201610101045315-20021028190334จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งหมดเป็นเซลล์ขายสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่จังหวัดนครราชสีมา และได้ขับรถมาดูทำเลขายสินค้าในจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายกฤษณะทำหน้าที่เป็นคนขับ กระทั่งดึกทั้งหมดได้เดินทางมุ่งหน้าไปหาเพื่อนที่ จ.ศรีสะเกษ มาตามถนนดังกล่าว จนมาถึงที่เกิดเหตุ คนขับรถมาด้วยความเร็ว และไม่ชำนาญทาง ประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งกึ่งหักศอก ทำให้รถเสียหลักหลุดโค้งชนป้ายบอกชื่อสะพาน ก่อนกระเด็นตกลงไปในลำน้ำจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองแม่วัย 44 ปี ไม่ทันเห็นลูกชายวัย 16 ปีอยู่กับเครื่องโม่น้ำแข็งเปิดเครื่องปั่นมือลูกขาดทันที

เมื่อเวลา 11.00 น.ของวันนี้ที่ 8 ต.ค. 59 ร.ต.อ.มานิตย์ นาคไพบูลย์ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งมีเหตุเครื่องโม่น้ำแข็งปั่นมือลูกชายเจ้าของร้านขาดเหตุเกิดภายในโรงน้ำแข็งแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยอ่างทอง ในที่เกิดเหตุเป็นโรงผลิตน้ำแข็งก้อนและเป็นที่บดน้ำแข็งป่นคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้วทราบชื่อคือ นายสกล (สงวนนามสกุล) อายุ 16 ปี ส่วนที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณเครื่องโม่น้ำแข็งมีเศษเนื้อเศษกระดูกและเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก

จากการสอบถามนายฐานพัฒน์ อายุ 26 พี่ชายนายสกล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนางวันวิสาข์ อายุ 44 ปี แม่ตนและแม่ของนายสกล กำลังทำการเฉาะน้ำแข็งเพื่อที่จะล้างน้ำแข็งเตรียมขึ้นโม่แต่เครื่องโม่ก็ยังไม่ได้เปิดเครื่อง หลังจากแม่ล้างน้ำแข็งเสร็จก็ได้ไปเปิดเครื่องโม่เพื่อจะทำการโม่น้ำแข็งเป็นน้ำแข็งป่นโดยไม่คิดว่านายสกลจะเล่นเขี่ยลูกโม่อยู่พ่อแม่เปิดสวิทย์เครื่องโม่ทำงานจึงดูดแขนขวานายสกลเข้าไปบดจนมือขาดทันทีจากนั้นจึงช่วยกันนำนายสกลส่งโรงพยาบาลอ่างทอง

ร.ต.อ.มานิตย์ กล่าวว่า หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้เหลือเพียงชิ้นส่วนเศษเนื้อที่ค้างอยู่ในที่โม่น้ำแข็ง โดยผู้ได้รับบาดเจ็บถูกเครื่องโม่น้ำแข็งโม่มือขวาเข้าไปเกือบถึงกลางแขน โดยการเกิดเหตุนั้นผู้เป็นแม่กำลังจะทำงานโดยจะนำน้ำแข็งก้อนมาเข้าเครื่องโม่จึงเปิดเครื่องเป็นจังหวะที่ลูกชายยืนเล่นเครื่องโม่อยู่จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มดับคาที่ซัดบิ๊กไบค์ประสานงาจยย.สลด!แฟนสาวร่ำไห้เผยเพิ่งโทรถามคำสุดท้าย ‘จะกินอะไรไหม’

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ร.ต.อ.ตูชัย สุระเสียง ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน 2 คันมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณทางขึ้นกลับรถโรงเรียนวันครู ถนนพหลโยธินขาเข้า หมู่ที่ 11 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู201609280159316-20050222192603ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์จอดล้มคว่ำจำนวน 2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อฮอนด้า CBR250 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กฬ3367 กทม. ส่วนอีกคันเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า R15 สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้ชนประสานงากันอย่างจัง สภาพรถพังยับเยินใกล้กันพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อนายวัชพงษ์ พูลโพธิ์คา อายุ 28 ปี นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ชื่อนายนิวัฒน์ นาเหนือ อายุ 30 ปี และนายธชวัจน์ ระฆั่งทอง อายุ 30 ปี

จากการสอบถามนายเอ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ บอกว่า ขณะตนตั้งหม้อก๋วยเตี๋ยวอยู่ได้ยินเสียงรถชนกันอย่างแรง จึงวิ่งมาดูก็พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตนอนกองรวมกันอยู่ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ ต่อมาน.ส.ภัทรวดี ปทุมทอง แฟนผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่เกิดเหตุถึงกับร้องไห้โฮ และบอกว่าผู้ตายเป็นแฟนของตนทำงานอยู่ที่บริษัทไซโก้ ออกมาจากบ้านพักในซอยไทยธานีและกำลังจะขับรถจักรยานยนตร์มาหาตนเองที่หมู่บ้านเอื้ออาทร แต่ก็ไม่นึกว่าแฟนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเช่นนี้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตยังโทรศัพท์มาถามตนเองอยู่เลยว่า “จะกินอะไรไหม จะซื้อเข้าไปให้”201609280159317-20050222192603ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบันทึกภาพในที่เกิดเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อหาสาเหตุการตายพร้อมทั้งจะได้ติดตามญาติของผู้เสียชีวิตมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ยูเทิร์นมรณะ!! นักเรียนช่างสุพรรณฯขี่จยย.กลับบ้าน เสยท้ายสิบล้อตาย-โคม่า

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ท.ชัยพร คำสอนทา สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต บริเวณจุดกลับรถบริเวณถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.ย่านยาว อ.สามชุก รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรี ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ ทะเบียน ขพว 967 สุพรรณบุรี สภาพพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายณัฐพล  ศรีโพดก  อายุ 16 ปี บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ นายกิตติศักดิ์ มณีจันทร์ อายุ 16 ปี ทั้งคู่เป็นนักเรียนจากวิทยาลัยสารพัดช่างบรรหารแจ่มใส ในตัวเมืองสุพรรณบุรี  สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุหลังเลิกเรียนทั้งสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านที่ ต.ย่านยาว อ.สามชุก มาถึงจุดกลับรถดังกล่าว รถจักรยานยนต์ชนเสยท้ายรถสิบล้ออย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มนร.นอกโดนโจ๋ควงปังตอปล้นไอโฟน ซิ่งเก๋งบีเอ็มป้ายแดงไล่ล่า สุดท้ายชนโจรดับคาที่

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 11 สิงหาคม ร.ต.อ.ฟ้าคำรณ หรี่หร่อง รองสว.สส.สน.โคกคราม รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณหน้าหมู่บ้านเวิร์คเพรส รัชดา-รามอินทรา ถนนรัชดา-รามอินทรา ฝั่งขาเข้า แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว จึงรุดไปที่เกิดเหตุ  โดยที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องทาง บริเวณช่องทางฝั่งขวาสุดใกล้เกาะกลางพบศพนายภาณุพงศ์ มีชนะ อายุ 19 ปี นอนหงายจมกองเลือด สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสามส่วนสีกากี มีบาดแผลฉกรรจ์กะโหลกศีรษะเปิด ใบหน้าบวมช้ำมีเลือดไหลนองเต็มพื้นผิวถนน และมีแผลถลอกตามร่างกาย ใกล้กันพบกระเป๋าคาดอกสีน้ำเงิน จากการตรวจสอบภายในพบมีดปังตอ 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ลูกเต๋า 2 ลูก กระเป๋าเงิน บัตรเอทีเอ็ม กัญชาอบแห้งจำนวนหนึ่ง และเงินสดประมาณ 5,000 บาท ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 5กถ5613 กรุงเทพฯ สภาพถูกชนเสียหายพังยับเยินทั้งคัน จนตัวเครื่องหลุดออกมาจากตัวถังรถ เหลือเพียงล้อหน้าเท่านั้น และหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาวตกอยู่  นอกจากนี้ยังพบรถยนต์บีเอ็มดับบลิว จีที 320 ดี สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ร-3722 กรุงเทพ สภาพบริเวณไฟหน้าฝั่งซ้ายพังเสียหาย และกระจกหน้าฝั่งขวาแตก มีนายนรินทร์ หลิมศิริวงศ์ อายุ 24 ปี เจ้าของรถยนต์ดังกล่าวยืนรอให้การกับทางตำรวจอยู่  นายนรินทร์ให้การว่า เป็นลูกชายเจ้าของร้านอุ่นไอรักเป็นร้านอาหารไทยในประเทศฮ่องกง อาศัยอยู่ประเทศฮ่องกงตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 5 ที่ฮ่องกง ตั้งใจจะมาศึกษาต่อที่ประเทศไทย จึงได้เดินทางกลับมาได้ไม่นาน โดยครอบครัวจะไปๆมาๆ 2 ประเทศ ก่อนเกิดเหตุเพิ่งไปชมภาพยนตร์ที่ห้างสรรพสินค้าคริสตัน พาร์ค ย่านถนนเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา หลังจากนั้นตั้งใจขับรถกลับบ้านพัก เลขที่ 119/314 หมู่6 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม ระหว่างทางได้จอดรถและลงไปคุยโทรศัพท์กับพี่ชายฝาแฝด ที่บริเวณใต้สะพานข้ามมอเตอร์เวย์  “ตอนผมกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ พบกลุ่มวัยรุ่น 6 คน ขี่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กันมา 2 คัน โดยมีผู้เสียชีวิตนั่งซ้อนท้ายรถ จักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุ ลงมาพร้อมกับชักอาวุธมีดปังตอมาจี้ที่ลำคอด้านหลัง และข่มขู่เอาทรัพย์สิน โทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 เอส สีดำ และเงินสด จำนวน 4,700 บาท ก่อนพากันหลบหนี ผมจึงขับรถเก๋งติดตามกลุ่มคนร้าย จนมาถึงจุดเกิดเหตุ หนึ่งในรถของคนร้ายได้เสียหลัก ผมจึงชนเข้าท้ายรถจักรยานยนต์อย่างจัง และไถลไปไกลกว่า 50 เมตรทำให้หนึ่งในคนร้ายเสียชีวิต ส่วนคนร้ายที่เหลือหลบหนีไปได้”นายนรินทร์กล่าว

เบื้องต้นทางตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใครแต่อย่างใด ต้องสอบสวนคู่กรณี ตลอดจนพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งต้องประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบรถคันเกิดเหตุ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่มีเหตุปล้นทรัพย์ดังกล่าว หลังจากนี้จะต้องประสานตำรวจฝ่ายสืบสวน เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ร.ต.ต.ปืนดุ รัวยิงลูกเขยดับคาสนง.อัยการ บอกแค้นทำลูกสาวตายอย่างมีเงื่อนงำ!!

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 4 ส.ค. ร.ต.ท.สัญญา กล่อมสุข รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกับ พ.ต.อ.คมสัน พฤกศวานิช ผกก.สภ.ทุ่งสง เข้าทำการตรวจสอบเหตุยิงกันที่สำนักงานอัยการศาลจังหวัดทุ่งสง บริเวณหน้าห้องพนักงานอัยการ เมื่อไปถึงพบกองเลือดนองพื้น ส่วนผู้ถูกยิงคือนายสาธิต ช่วยนาเขต อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 ม.8 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกนำตัวส่ง รพ.ทุ่งสง แต่ได้เสียชีวิตลงในระหว่างทาง สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. ที่ลำตัว 4 นัด ศีรษะ 1 นัด จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุยังพบปลอกอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่เกลื่อนกราด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบคดี และเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายสาธิต ในครั้งนี้คือ ร.ต.ต.ดำริ แเพใหญ่ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม (รอง สวป.) สภ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช หลังจากก่อเหตุแล้วได้หลบหนีออกจากสำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปมอบตัวกับ พ.ต.อ.คมสัน พฤกศวาณิช ผกก.สภ.ทุ่งสง บนโรงพักพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ พ.ต.อ.คมสัน กล่าวว่า หลัง ร.ต.ต.ดำริ มามอบตัว ก็ให้ปากคำว่า นายสาธิตมาสู่ขอลูกสาวและได้ตกลงกันไปเรียบร้อย แต่ภายหลังมีปัญหากันเนื่องจากนายสาธิตมีลูกเมียอยู่แล้ว กระทั่งเกิดเหตุการณ์ลูกสาวของร.ต.ต.ดำริซ้อนท้ายรถจยย.ของนายสาธิต แล้วเกิดอุบัติเหตุตกจากท้ายรถเสียชีวิต เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ที่ผ่านมาอย่างมีเงื่อนงำ ทำให้ ร.ต.ต.ดำริ เชื่อว่าลูกสาวถูกฆาตกรรม แต่เป็นการอำพรางว่าเป็นอุบัติเหตุ จึงไม่ยอมรับโดยเด็ดขาด หลังจากนั้นก็มีการอาฆาตไว้ และก่อนเกิดเหตุในวันนี้ นายสาธิตผู้ตายไปรอฟังคำสั่งคดีของพนักงานอัยการที่สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง ซึ่งขณะที่กำลังนั่งรออยู่นั้น ร.ต.ต.ดำริก็เดินเข้าไปหาแล้วใช้อาวุธปืนยิงอย่างไม่ยั้ง จนนายสาธิตได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตระหว่างนำส่ง รพ.หลังจากนั้น ร.ต.ต.ดำริก็เข้ามามอบตัวที่โรงพักในเวลาต่อมา ซึ่งได้ตั้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนสาเหตุนั้นน่าจะโกรธแค้นกันมาก่อน จึงได้ก่อเหตุอย่างอุกอาจดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด