สุดระทึก! พลเมืองดีไล่ตามรถชนแล้วหนี โดนรัวยิงใส่หนีตายวุ่น ตร.ตามพบเจอยิงสวนซ้ำ (คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊ก คุณพีช สำรวจโลก โดยเป็นเหตุการณ์ที่ขับรถไล่ตามเก๋งคันหนึ่งที่มีสภาพเหมือนชนแล้วหนี จากนั้น มีการปาดหน้าและตะโกนให้ชาวบ้านช่วยแจ้งตำรวจ แต่พบว่า โดนยิงสวนหลายนัดด้วยกัน

โดยระบุว่า “เป็นพลเมืองดีแต่โดนไล่ยิง ช่วยแชร์หน่อยคับ ตอนนี้ชุดสืบสวนเจอรถคนร้ายแล้ว เอาไปจอดทิ้งไว้ แต่คนร้ายยิงต่อสู้เปิดทางหนี ยังตามจับไม่ได้ ใครเคยเห็นหรือรู้จักรถคันในคลิปติดต่อมาทีคับ รถคนร้าย โตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน กง 6018 จังหวัดกระบี่ เหตุเกิดที่ซอยลาดพร้าว71 คับ”

ทั้งนี้ ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว มีการเข้าแจ้งความที่ สน.โชคชัย 4 โดยรถพลเมืองดี กระจกแตก ยางแตก โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุ เป็น “พลทหาร” สังกัดกองทัพอากาศ แต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ไม่ได้กลับเข้าไปที่ต้นสังกัดแต่อย่างใด จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพัก แต่ทางตำรวจกลับถูกยิงสวนออกมาจากบ้านแล้วคนร้ายขับรถยนต์คันดังกล่าวหลบหนี ทางตำรวจจึงเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักพบยาไอซ์ 10 กรัม ยาอี 2 เม็ด และอุปกรณ์เสพ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อทำการขยายผลอีกครั้ง ว่าเกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่

สภาพรถของพลเมืองดีรถผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนี

ที่มา>>>ข่าวสด

ญาติโยมสุดทน!! แจ้งจับสึก 25 พระเขมร บิณฑบาตเกินเวลา ไม่รับอาหาร ขอแต่ปัจจัย!

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผวจ.เพชรบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิลปชัย มีช่วย ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี พ.อ.วัฒนพล จิตต์รักมั่น หัวหน้ากองข่าว มณฑลทหารบกที่ 15 ผู้แทนสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบุรี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เดินทางไปตรวจสอบพระภิกษุที่วัดแห่งหนึ่ง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ว่ามีพระภิกษุชาวกัมพูชาออกเดินบิณฑบาตเกินเวลา และไม่รับอาหารแต่ขอเป็นปัจจัยแทน201611182051208-20021028190439จากการตรวจสอบพบพระชาวกัมพูชา 25 รูป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และผู้แทนสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบุรี ตรวจสอบหนังสือสุทธิพระแต่ละรูป และตรวจปัสสาวะ แล้วพบว่ามีพระภิกษุ 3 รูป มีปัสสาวะเป็นสีม่วง ส่วนที่เหลือมีหนังสือสุทธิเป็นพระภิกษุของประเทศกัมพูชาจริง แต่เดินทางเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย201611182051204-20021028190439จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเชิญ พระครูวัชรสุวรรณาทร เจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี และเจ้าอาวาสวัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร เดินทางมาทำการสึกพระชาวกัมพูชาทั้งหมด โดยส่งตัว 3 คนที่มีสารเสพติดในร่างกายส่งดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนอีก 22 คน ส่งดำเนินคดีหลบหนีเข้าเมือง ก่อนผลักดันกลับประเทศต่อไป201611182051205-20021028190439

ที่มา>>>ข่าวสด

วัดดังภูเก็ต นำหุ่นผีเปรตแสดงในวัด รับวันสารทเดือนสิบ หวังสอนเยาวชนทำความดี

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ก่อนงานวันสารทเดือนสิบของจังหวัดภูเก็ต ที่วัดขจรรังสรรค์ ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง ได้จัดเตรียมสถานที่รองรับผู้มาทำบุญ และมีการนำหุ่นจำลองเปรตขนาดใหญ่ มาวางภายในลานวัด เพื่อสอนเยาวชนให้ทำความดีเช่นทุกปีที่ผ่านมา201609301357266-20160211172134โดยปีนี้หุ่นเปรตดังกล่าวมีอยู่ 12 ตัว โดยเเต่ละตัวมีรูปลักษณ์ที่เเตกต่างกัน เช่นมีหัวเป็นสัตว์ ยืน-นั่งด้วยท่าทางที่โหยหวนชวนขนหัวลุก บางตัวถูกทรมาณด้วยอาวุธเเหลม เช่นง้าว มีดและตาเบ็ด ได้ความเจ็บปวดตามกรรมที่กระทำ201609301357265-20160211172134สำหรับตัวหุ่นเปรตแต่ละตัวโครงสร้างทำจากไม้ไผ่ ก่อนจะนำกระดาษมาแปะทับหลายชั้นและใช้สีเขียนลวดลาดต่างๆ มีทั้งเปรตที่เกิดจากผลกรรมของการเมาสุรายาเสพติด เปรตที่เกิดจากผลกรรมของการฆ่าตัวตายและฆ่าผู้อื่น เปรตที่เกิดจากการทำแท้ง เปรตหัวขาด เปรตหญิงสาวจากการค้าประเวณี เปรตที่เกิดจากการโกหก เป็นต้น201609301357262-20160211172134ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปีนี้ทางวัดจัดงานวันสารทเดือนสิบ ขึ้นในวันที่ 1 ต.ค. เริ่มตั้งเเต่ช่วงเช้าเวลา 07.30 น.จะมีการถวายผ้าป่าเเละข้าวสุก ก่อนจะประกอบพิธีวันสารทเดือน ทำบุญ ตักบาตร ไหว้พระ รับศีลและถวายสังฆทาน จากนั้นในเวลา 11.00 น.จะมีพิธีถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ และในเวลา 15.00 น. จะมีการแสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ เรื่องอานิสงส์งานบุญวันสารท ซึ่งเชื่อว่าจะมีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

มือปืนควบซีวิคประกบยิง-ปลิดชีพ”กัน หนองเกตุ”ทีมอุ้มฆ่าหมกป่าแก๊งยาบ้า

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2559 พ.ต.ต.ธีทัต ตลุณจันทร์ สารวัตรสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านผ้าม่านสวย เลขที่ 222/70 ถนนหนองปรือ ม.7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รุดตรวจสอบ  ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูร่างนายวิทวัส เหลาเคน หรือฉายา“กัน หนองเกตุ” อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี นอนจมกองเลือด สภาพถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่จุดสำคัญจำนวน 3 นัด ประกอบด้วย บริเวณขมับขวา ใต้ราวนมขวา และขาข้างขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปฐมพยาบาลพร้อมกับปั้มหัวใจยื้อชีวิต แต่คนเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ผู้เสียชีวิต ยี่ห้อ คาวาซากิ เอสเอสอาร์ สีเขียว ทะเบียน กกร 254 ชลบุรี สภาพพลิกคว่ำอยู่และบริเวณถังน้ำมันมีร่องรอยการถูกเข้าใส่จำนวน 1 นัด โดยไม่พบปลอกกระสุนหรือหัวกระสุนตกอยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ พร้อมกับกันประชาชนผู้ไม่เกี่ยวข้องห่างออกจากจุดเกิดเหตุ เพื่อสะดวกแก่การเก็บวัตถุพยานหลักฐาน สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ขณะเกิดเหตุพบคนตายขับขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทางตลาดหนองปรือ โดยมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ตามหลังมาในระยะกระชั้นชิด ก่อนเร่งเครื่องแซงขึ้นมาประกบข้าง จากนั้นคนร้ายนั่งอยู่ประตูหลังฝั่งซ้าย ได้ลดกระจกมาครึ่งบาน แล้วชักอาวุธปืนใส่จำนวน 3 นัดซ้อน ก่อนพากันเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

จากการตรวจสอบประวัติผู้ตาย พบว่าเมื่อเดือนธันวาคม 2556 ผู้ตายกับพวกรวม 4 คนได้เคยก่อคดีใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงนายนัด (ขอสงวนนามสกุล) จำนวน 3 นัด เสียชีวิตบริเวณป่ายูคาลิปตัส ข้างสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำมาบประชัน หมู่ 3 ต.หนองปรือ สาเหตุมาจากแค้นเรื่องหักยาเสพติดจากนักโทษในเรือนจำกลาง จ.อยุธยา แต่ภายหลังไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามจับกุมไว้ได้ยกแก๊ง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ พบรถเก๋งคนร้ายเข้ามาประกบแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริงตามที่พยานให้การ สำหรับสาเหตุการลงมือสังหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เบื้องต้น คาดว่าปมน่าจะมาจากปมหักธุรกิจมืด หรือการล้างแค้นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวมือปืนรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จู่ๆไฟดับพรึ่บ ตร.-ทหารวุ่น บุกจับคาราโอเกะพัทยาลอบค้ากามเจอสาวฉี่ม่วงเพียบ

 เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 16 ส.ค. นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วย เรืออากาศโท ภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันปราบปราม นำกำลังฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหารจากพัน 21 ร.2.รอ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันเข้าตรวจสอบร้านคาราโอเกะจำนวน 2 แห่ง ตั้งอยู่ในต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีการลักลอบค้าประเวณีและมั่วสุมยาเสพติด จากการตรวจสอบร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง สามารถควบคุมตัวสาวพนักงานร้านไว้ได้ 9 คน และพนักงานชาย 1 คน รวมทั้งสิ้น 10 คน ส่วนร้านคาราโอเกะอีกแห่ง ซึ่งเปิดเยื้องกับร้านแรกพบสาวพนักงานร้านจำนวน 7 คน เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจปัสสาวะ พบสาวพนักงานร้านมีสารเสพติดในร่างกายจำนวน 10 คน นอกจากนี้ ยังตรวจค้นห้องพักพนักงาน พบอุปกรณ์การเสพยาไอซ์จำนวนมาก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ระหว่างเจ้าหน้าที่ปูพรมตรวจค้นห้องพัก ปรากฏว่าไฟดับทั้งตึกทำให้การตรวจค้นค่อนข้างลำบาก ซึ่งเชื่อว่าอาจจะเป็นผู้ไม่หวังดีลงมือกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ จากนั้นหัวหน้าชุดจึงแจ้งชุดจับกุมถอนกำลัง ก่อนส่งตัวผู้กระทำความผิดดำเนินคดี ในฐานความผิด “เตร็ดเตร่เพื่อการค้าประเวณี” ส่วนผู้มีสารเสพติดในร่างกาย ก็จะส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัดสาธารณสุขต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวสุดช็อก!! แฟนหนุ่มวิดีโอคอลมาตาม ก่อนเสียงดังสนั่น-ภาพหายจากจอ เจอศพสยอง

 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 25 ก.ค. ร.ต.อ.วิเชียร อินทร์จันทร์ พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม รับแจ้งเหตุชายใช้อาวุธปืนยินตนเองเสียชีวิต ภายในชุมชนสารภี1 จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.ศิริราช และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง ชุมชนสารภี1 ซ.สมเด็จเจ้าพระยา4 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน พบศพนายโกเมท โพธิ์งาม อายุ 30 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด.38 มม. ยิงที่ศีรษะ กระสุนเข้าที่ขมับขวา ทะลุซ้าย นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่มีเลือดนองเต็มบนพื้นห้อง ใกล้กันพบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด.38 มม. ตกอยู่ใกล้มือขวา และที่ใกล้มือซ้าย พบโทรศัพท์มือถือสีบรอนซ์ตกอยู่ และภายในห้องยังพบกระสุนปืนขนาด.38 มม. เก็บไว้ตามฝาห้องจำนวน 300 นัด ปืนลูกซอง 1 กระบอก กระสุนอีก 2 นัด เก็บไว้ภายในห้อง

สอบปากคำ น.ส.สุนิสา อายุ 22 ปี แฟนสาว ให้การทั้งน้ำตา กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนกับแฟนหนุ่มมีปากเสียงทะเลาะกัน เนื่องจากตนจับได้ว่าผู้ตายยังแอบไปคบกับแฟนเก่า ทั้งๆ ที่ได้เลิกรากันนานแล้ว ตนจึงออกไปเที่ยว และผู้ตายได้โทรศัพท์ตามให้กลับมาบ้าน แต่ตนยังไม่กลับ จนช่วงดึกได้ติดต่อมาอีก และมีการพูดคุยโทรศัพท์ผ่านวิดีโอคอล และพูดเชิงน้อยใจว่า ถ้าตนไม่กลับบ้านมา จะยิงตัวตาย ระหว่างที่พูดคุยอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงดังขึ้น และภาพในโทรศัพท์ก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย ซึ่งทุกครั้งที่ทะเลาะกัน ผู้ตายก็มักจะพูดเชิงน้อยใจแบบนี้ จนมาช่วงเช้า ตนเข้ามาก็ต้องตกใจ เมื่อพบศพ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ

จากการตรวจสอบประวัตินายโกเมท พบว่าเคยถูจับกุมในคดีครอบครองยาเสพติด(ยาไอซ์) และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 1 ปี และรับจ้างสักลายฯ อยู่ย่านท่าดินแดง

เบื้องต้นได้มอบศพให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำศพส่ง นิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อตรวจพิสูจน์ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบชันสูตรศพผู้ตายนั้น มีตุ๊กแกตัวหนึ่งเกาะอยู่บริเวณดังกล่าว แม้มีคนเข้าไปในจุดเกิดเหตุจำนวนมาก แต่ตุ๊กแกดังกล่าวก็ไม่กลัวผู้คนหรือหนีไปไหนเลย

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบคาห้องเช่า!หนุ่มหื่นลวงสาว 17 ไปขยี้กาม สลด!ชวนเพื่อนอีก 2 มาข่มขืนซ้ำ

 เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กก.ดส. พ.ต.อ.เอกสฤกษดิ์ วิโรจน์ยุติ ผกก.กก.ดส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปฏิศาสตร์ ศรีมณฑา รอง ผกก.กก.ดส. พ.ต.ต.ศุภกร อ้นสุวรรณ สว.กก.ดส. และร.ต.ท.ศุภกิจ สมรักษ์ รอง สว.กก.ดส. ร่วมกันจับกุมนายสมบัติ หรือรส ชมชื่น อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ 625/2558 ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2558 ในข้อหา “ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะโทรมหญิง ร่วมกันพาบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจารโดยผู้นั้นเต็มใจไปด้วย” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่หน้าห้องเช่าไม่มีชื่อ เลขที่ 38/23 ซอยรามคำแหง 133 แขวงและเขตสะพานสูง กทม. เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 26 มิ.ย. สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 28 ก.ย.2558 นายสมบัติโทรศัพท์ล่อลวงให้น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 17 ปี ออกมาพบที่บริเวณหน้าปากซอยอ่อนนุช 67 แขวงและเขตประเวศ กทม. เมื่อพบกัน ได้พาผู้เสียหายไปที่บ้านพักของเพื่อน ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามวัดกระทุ่มเสือปลา ย่านอ่อนนุช ก่อนนายสมบัติจะมีเพศสัมพันธ์กับน.ส.เอ ไป 2 ครั้ง เมื่อเสร็จกิจได้ทำทีออกมาจากห้องพักจากนั้นชักชวนให้เพื่อนอีก 2 คน ใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ต่อมามารดาของผู้เสียหายทราบเรื่อง จึงพาบุตรสาวเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสน.ประเวศ

กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 26 มิ.ย. ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่านายสมบัติ ได้หลบหนีมาอยู่ภายในห้องพักย่านรามคำแหงจึงวางแผนก่อนนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าวก่อนนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมก่อนรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ประเวศ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่าจากการตรวจสอบประวัติอาชญากร ผู้ต้องหาเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด และเคยถูกจับกุมในพื้นที่ สน.ประเวศ อีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ขาใหญ่เมืองอุบลฯ ฉุนเมียใช้ปืนยิงเจ็บ ก่อนระเบิดขมับฆ่าตัวตาย

ระเบิดขมับดับ!! “อ๊อฟซ่าส์” ขาใหญ่บ้านแคนคำ อุบลฯ ชวนเมียตั้งวงกินเหล้า แต่ไม่ยอมกินด้วยจนเกิดปากเสียง ชักปืนยิงจนเมียได้รับบาดเจ็บ ก่อนจ่อขมับตัวเองลั่นไกดับต่อหน้า…

เมื่อเวลา 23.40 น. วันที่ 26 พ.ค.59 พ.ต.ต.เสด็จ แก้วสิงห์ทอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 อุบลราชธานี ว่ามีเหตุยิงกันในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และ เสียชีวิต 1 ราย หลังจากรับแจ้งเหตุจึงได้รายงาน ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ริมถนน ตรงข้ามถนนราชพัสดุ ต.ไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชธานี พบกองเลือด 1 กอง อาวุธปืนบีบีกันดัดแปลงใส่ลูกกระสุนจริงขนาด .38 พบปลอกกระสุนจำนวน 2 นัด ตกอยู่ข้างกองเลือด สอบถามประชาชนข้างเคียงให้การว่ามีผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นสามีภรรยากัน เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ก่อนหน้าแล้วอาวุธปืนบีบีกันดัดแปลงที่ใช้ก่อเหตุ

สอบถามนายธีรวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ชาวบ้านข้างเคียงซึ่งเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นสามีภรรยากัน ผู้ชายชื่อนายวรัญญู เพิ่มศรี ชื่อเล่นอ๊อฟ หรือฉายา “อ๊อฟซ่าส์” อายุ 28 ปี ชาวบ้านหมู่ 17 อ.เมืองอุบลราชธานี และ น.ส.ก้อย (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาวบ้าน ต.หนองไฮ อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี ก่อนเกิดเหตุ นายอ๊อฟ ได้กลับมาจากการงานเลี้ยงผูกแขนเพื่อนที่พ้นโทษมาจากเรือนจำ เมื่อมาถึงบ้านก็จอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านด้วยอาการเมาอย่างหนัก ขณะนั้นฝนกำลังตกหนัก ตนเองจึงได้กลับเข้าบ้านประมาณ 5 นาที ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมา 1 นัด ก็พบว่า น.ส.ก้อยถูกยิงที่ไหล่ซ้าย 1 นัด ก่อนจะวิ่งอุ้มลูกน้อยเข้ามาให้ย่าในบ้านพัก โดยมีนายอ๊อฟวิ่งตามมาจนถึงบริเวณด้านข้างแผงขายเนื้อวัว นายอ๊อฟก็ใช้ปืนยิงขมับขวาของตัวเองล้มลงจมกองเลือดต่อหน้าแฟนสาว ต่อมานายอ๊อฟเสียชีวิตขณะที่นำส่งโรงพยาบาล ส่วน น.ส.ก้อย แพทย์ทำการรักษาอาการปลอดภัยแล้วชาวบ้านละแวกใหล้เคียงมามุงดูเหตุการณ์

นายธีรวัฒน์ ยังเล่าอีกว่า ปกติครอบครัวนี้จะมีปากเสียงกันเกือบทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ แต่ระยะหลังนี้ เห็นนายอ๊อฟไปได้ปืนดังกล่าวมาพกติดตัว และมักจะยิงปืนเล่นอยู่เป็นประจำ โดยช่วงกลางวันก่อนเกิดเหตุนายอ๊อฟก็นำเอาปืนออกมาซ้อมยิงเล่นเช่นเคย แต่ก็ไม่คิดว่านายอ๊อฟจะเอาปืนมายิงภรรยาของตัวเอง แล้วยิงตัวตาย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนพยานหลักฐานเบื้องทราบว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งมีฉายาว่า “อ๊อฟซ่าส์” เป็นขาใหญ่ในบ้านแคนคำ และเคยมีคดีพัวพันกับยาเสพติด โดยก่อนเกิดเหตุได้ชักชวน น.ส.ก้อย ดื่มสุราด้วย แต่ น.ส.ก้อยไม่ยอมดื่มด้วย จนมีปากเสียงกัน และก่อเหตุยิง น.ส.ก้อย ก่อนยิงตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว โดยสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำ น.ส.ก้อย หลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บก่อนเพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ล่อซื้อกัญชา สาวบ้านโป่ง ยึด 70 กก. อ้างสามีอยู่คุก สั่งมารอขาย

เจ้าหน้าที่ล่อซื้อกัญชา สาวบ้านโป่ง ก่อนขยายผลยึดกัญชาอัดแท่งรวม 70 กิโล สารภาพอ้างเป็นของสามี ต้องโทษอยู่ในเรือนจำ สั่งให้คนนำมาส่งเพื่อจำหน่าย …

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 18 พ.ค. นายวรณัฏฐ์ หนูรอด นอภ.เมืองนครปฐม พ.ต.อ.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผกก.สภ.บ้านโป่ง พ.ต.ท.อนุสรณ์ ธีรนุชพงศ์ สวป. ร.ต.อ.เสมา นิ่มเนตร รอง สวป. สนธิกำลังตำรวจชุด ปส. ทหารและฝ่ายปกครอง ร่วมกันจับกุม น.ส.พรธิญา หรือเอิร์น โพธารส อายุ 23 ปี ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 12 ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พร้อมของกลางกัญชาแห้งอัดแท่งรวมน้ำหนัก 70 กก. และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่ สีม่วงขาว ทะเบียน คงธ 458 ราชบุรี ขยายผลค้นบ้านพัก เจอกัญชาของกลางรวบ 70 ก.ก.

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่รับแจ้งว่า น.ส.พรธิญา มีพฤติกรรมลอบจำหน่ายยาเสพติด จึงวางแผนล่อซื้อ ขณะผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ นำของกลางมาส่ง แสดงตัวเข้าจับกุม พบของกลางกัญชาแท่ง 10 กก. ซุกไว้ในลังเบียร์ ขยายผลตรวจค้นบ้านพักพบของกลางกัญชาอัดแท่งอีกกว่า 60 กก. ซุกถุงปุ๋ย ในบ้านเช่าหลังดังกล่าว

เบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่า กัญชาดังกล่าวเป็นของสามี ซึ่งติดคุกอยู่เรือนจำ จ.นครราชสีมา สั่งให้คนนำมาฝากไว้ เพื่อจำหน่าย จนถูกจับกุมตัว เบื้องต้นนำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.บ้านโป่ง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath