ยอมรับกลับคำ!! แม่เด็กกราบรองเท้า ลั่นปกป้องลูก เอาผิดครู-เหตุคลิปหลุดเร็ว รร.จ่อขอโทษ

แม่เด็กกราบรองเท้า ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ได้กลับคำพูดว่าจะไม่เอาเรื่องกับคุณครูที่สั่งลงโทษลูกชายที่เกินกว่าเหตุ และได้เจรจาตกลงกันเข้าใจแล้ว แต่เหตุที่เปลี่ยนใจ ที่ไปแจ้งความเอาผิดนั้น เหตุต้องปกป้องลูก เพราะคลิปหลุดไปสู่โซเชียลแล้ว หวั่นลูกอับอาย ขณะที่คณะครูโรงเรียน เตรียมเดินทางไปขอโทษผู้ปกครองในวันศุกร์ ที่ 11 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีครูโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี สั่งลงโทษ ด.ช.ติ้ว (นามสมมติ) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการใช้รองเท้าวางที่ศีรษะ และให้กราบรองเท้า หลังจากที่ ด.ช.ติ้ว (นามสมมติ) ทำผิดระเบียบของโรงเรียนโดยการใส่รองเท้าขึ้นไปบนอาคารเรียน

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเข้าพบกับคุณแม่ของ ด.ช.ติ้ว แต่ยังติดภารกิจและยังไม่สะดวกที่จะให้ผู้สื่อข่าวเข้าพบ แต่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า หลังจากที่ตัวเองได้ทราบเหตุ ก็นำลูกชาย ขอเข้าพบกับผู้บริหาร และครูที่สั่งลงโทษเด็ก ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยในการเจรจา ยอมรับว่า ได้ตกลงกันแล้ว ว่าจะไม่เอาผิดคุณครู และทางโรงเรียนขอให้ลบคลิปดังกล่าวออก ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจกันดีของทั้งสองฝ่าย แต่เหตุที่ต้องเปลี่ยนใจ และกลับคำ ที่จะมาเอาผิดคุณครูที่ก่อเหตุให้ได้ สาเหตุจากคลิปดังกล่าวได้หลุดออกไป และถูกเผยแพร่ออกไปยังสังคมโซเชียล และมีกระแสสังคมกว้างขวางอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนเกรงว่าลูกชายของตนเองจะถูกตำหนิจากโรงเรียน และเกิดความอับอาย จึงต้องการปกป้องลูกชายของตนเอง ถึงได้มีการไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.เดชอุดม ไว้ก่อน ส่วนจะเอาผิดคุณครูถึงที่สุดหรือไม่ จะต้องรอดูข้อกฎหมายจากพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ซึ่งจากเดิมทาง สภ.เดชอุดม มีกำหนดจะนัดไปสอบสวนตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. และได้ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 9 ส.ค.แทน

แม่ของด.ช.ติ้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ลูกได้เดินทางไปโรงเรียนเป็นวันแรก หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ตนได้สอบถามกับ ด.ช.ติ้ว โดยลูกชายบอกว่าตอนนี้ไม่รู้สึกอายแล้ว และลูกชายก็พยายามที่จะไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังมีเพื่อนและรุ่นพี่บางส่วน ได้เข้ามาให้กำลังใจ ด.ช.ติ้ว ด้วย จึงทำให้ลูกคลายกังวลไปได้บ้าง

ส่วนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 จ.อุบลราชธานี จะมีคำสั่งให้ คุณครูที่ลงโทษลูกชายไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตชั่วคราว เพื่อรอการพิจารณานั้น ตนก็รู้สึกคลายกังวลไปในระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องการจะย้ายโรงเรียนนั้น ตนจะไม่ขอย้ายลูกไปเรียนที่อื่น เพราะมีความเชื่อมั่นว่าทางโรงเรียนจะสามารถดูแลลูกชายของตนเองได้เป็นอย่างดี

ด้านนางอรษา วิเศษรอด รองผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งตัว ครูลงโทษ ด.ช.ติ้ว ไปช่วยราชการ เพราะต้องรอคำสั่งการจากผู้อำนวยการก่อน อีกทั้งยังอยู่ในช่วงที่ครูขอลากิจ และมีความเครียดวิตกเป็นอย่างมาก ส่วนทางด้านของสถานศึกษา ขณะนี้ทางคณะครู–อาจารย์ ได้นัดหมายกับผู้ปกครอง เพื่อที่จะเดินทางไปขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคมนี้

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

พ่อร้องบช.น.ลูกพิการถูกข่มขืน แต่คดีล่าช้าเร่งพนักงานสอบสวนสรุปสำนวน

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล นำผู้ปกครองของผู้เสียหายจากคดีข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายกว่า 30 คน เข้ายืนหนังสือเพื่อให้ข้อมูลความช่วยเหลือผู้ที่ถูกกระทำความผิดดังกล่าว ในการดำเนินการทำสำนวนล่าช้าถึงพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. โดยมีพ.ต.อ.อมร ศรีทุนะโยธิน รองผบก.อก.บช.น. เป็นผู้รับมอบหนังสือดังกล่าว นายนายจะเด็จ กล่าวว่า ทางมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งปัญหาที่พบคดีเกิดความล่าช้า รวมถึงพยายามให้เกิดการไกล่เกลี่ยยอมความ จึงได้นำครอบครัวหญิงผู้เสียหายมาเรียกร้องความเป็นธรรม หลังถูกข่มขืนกระทำชำเรา เนื่องจากผู้เสียหายมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยได้แจ้งความตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา พื้นที่สน.ยานนาวา ซึ่งทางผู้ปกครองของผู้เสียหายมีความเครียดไม่สบายใจคดีล่าช้า ไม่อธิบายขั้นตอนในชั้นพนักงานสอบสวน รวมถึงกรณีอื่นลักษณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจบางสถานีให้ไกล่เกลี่ยยอมความ ด้านพ.ต.อ.อมร กล่าวว่า เบื้องต้นทางบช.น.ได้ประสานไปยังหัวหน้าพนักงานสอบสวนสน.ยานนาวา หัวหน้าพนักงานสอบสวนสน.ยานนาวาท้องที่เกิดเหตุ เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสน.ยานนาวานำตัวผู้ต้องหาฝากขังครั้งที่ 3 โดยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เหลือเพียงแค่รอผลการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเร่งสรุปสำนวนสั่งฟ้องให้อัยการโดยเร็วต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พบคุณยาย4แผ่นดิน-อายุยืนถึง109ปี เผยเคล็ดลับชอบกินผักจิ้มน้ำพริก ไม่ชอบทานเนื้อสัตว์

 วันที่ 21 มิ.ย. นายไพศาล ศรีเทพ นายอำเภอปลายพระยา จ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมคุณยายเปลี่ยว เพชรพวง อายุ 109 ปี ภายในบ้านเลขที่ 77 ม.4 ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ หลังทราบว่าคุณยายเปลี่ยวเป็นคนที่มีอายุยืนมากที่สุดในจังหวัดที่ยังมีชีวิตอยู่ และยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยขณะเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมพบว่าคุณยายกำลังนั่งกวาดใบไม้และเก็บเศษขยะมาเผาที่บริเวณหลังบ้านอย่างคล่องแคล่ว และยังสามารถเดินได้อย่างรวดเร็วไม่เหมือนกับคนชราทั่วไป นอกจากนี้ยังสามารถพูดคุยตอบโต้ได้อย่างฉะฉาน และเป็นคนอารมณ์ดี สร้างความประหลาดใจแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก คุณยายเปลี่ยว เล่าว่า ได้อาศัยอยู่กับลูกชายคนโตและหลานที่บ้านหลังดังกล่าว โดยมีลูกทั้งหมด 9 คน ชาย 5 คน หญิง 4 คน ตอนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 4 คน อยู่บ้านตอนกลางวันไม่ได้ทำอะไรจะง่วงนอน จึงต้องไปเก็บวาดขยะรอบบ้าน เพื่อไม่ให้ง่วง เพราะตนไม่ชอบนอนกลางวัน ในส่วนของเรื่องอาหารการกินก็กินได้ตามปกติ ลูกหลานทำอาหารอะไรให้ก็ทานได้หมด แต่ตนจะไม่ชอบทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ส่วนอาหารที่โปรดก็คือ จำพวกปลา ผักลวก จิ้มน้ำพริก ซึ่งจะทานได้ทุกวัน และไม่ชอบความเครียด 

ด้านนายไพศาล กล่าวว่า นางเปลี่ยว เกิดในปีพ.ศ 2450 ซึ่งอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีอายุยืนมาจนถึงปัจจุบันรัชกาลที่ 9 รวมแล้ว 4 รัชกาล ถือว่าคุณยายเปลี่ยวมีอายุผ่านมาแล้ว4 แผ่นดิน ปัจจุบันคุณยาย ยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ตายังมองมองเห็น และหูก็ฟังเสียชัดเจน สามารถพูดคุยโต้ตอบได้อย่างฉะฉานและยังมีความจำดี ไม่เหมือนคนชราทั่วไป ที่ผ่านมาไม่เคยเจ็บป่วยหนักถึงขั้นต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล จึงถือเป็นบุคคลตัวอย่างของคนที่ดูแลสุขภาพได้ดี นอกจากนี้สภาพแวดล้อมธรรมชาติในพื้นที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ส่งผลทำให้คุณยายมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด