คนร้ายยิงเอ็ม16ถล่มอส.ทุ่งยางแดงดับขณะขี่จยย.กลับบ้าน คาดปมขัดแย้ง-สร้างสถานการณ์

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงถล่มชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา บริเวณหน้าโรงเรียนพัฒนศาสน์ ม.4 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ภายหลังรับแจ้งเหตุ ร.ต.อ.สมพล เพียรดี รอง สว.(สอบสวน) นำกำลัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ข้างทาง และพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่กระจายจำนวนมากกว่า 10 ปลอก เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม16 ดักซุ่มยิงนายมะโซ๊ะ เจ๊ะแว อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอทุ่งยางแดง ทำหน้าที่พลขับรถประจำตำแหน่งนายอำเภอทุ่งยางแดง ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตต่อมาในระหว่างนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากตัวอำเภอเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร.ร.พัฒนะศาสน์ ม.4 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามดักซุ่มยิง กระสุนเข้าบริเวณลำตัวทำให้รถเสียหลักล้ม ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนประเด็นสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนว่า เป็นเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่อย่างไร เนิ่องจากผู้ตายเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนประจำอำเภอทุ่งยางแดง

ที่มา>>>ข่าวสด

เมียสุดช็อก!! จยย.ไล่ยิงโหดสามี ดับสยองต่อหน้า ร่ำไห้-สงสัยฆ่าผัวทำไม ตร.ยังมึนคดี

วันที่ 25 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เทียนชัย สะสิสุวรรณ สว.(สอบสวน) สภ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่ถนนหมู่บ้านในซอยสมหมาย บ้านบางเพลิง ม.1 ต.ท้องลำเจียก อ.เชียรใหญ่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปวร พรพรหมมา ผกก.สภ.เชียรใหญ่ นำตำรวจชุดสอบสวน แพทย์เวร รพ.เชียรใหญ่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ้ง รีบรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ จอดเสียหลักอยู่ริมถนน โดยที่เบาะคนขับ พบศพผู้ตาย ทราบชื่อ คือ นายสมพงษ์ ภักดีแก้ว อายุ 49 ปี อยู่ ม.8 ต.ท่าขนาน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) อ.เชียรใหญ่ และทำหน้าที่พลขับให้นายอำเภอเชียรใหญ่ พิงเบาะเสียชีวิตอยู่ในสภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าโหนกแก้มด้านขวา 1 นัด และรักแร้ขวา 1 นัด รวม 2 นัด201611251241142-20041019184031โดยในที่เกิดเหตุยังพบ นางปทุมรัตน์ ภักดีแก้ว อายุ 48 ปี ภรรยาของนายสมพงษ์ ผู้ตาย ซึ่งมาด้วยกัน อยู่ในอาการตกใจ และให้การกับตำรวจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ก่อนเกิดเหตุนายสมพงษ์ สามีขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวและตนเองนั่งเบาะซ้ายออกมาจากที่ว่าการอำเภอเชียรใหญ่ เพื่อกลับบ้านพัก ก่อนถึงบ้านประมาณ 1 กม. มีคนร้าย 2 คนใช้รถ จยย.ไม่ทราบยี่ห้อทะเบียนขับตามมา โดยหารู้ไม่ว่าเป็นรถ จยย.ของคนเพชฌฆาตสังหารนายสมพงษ์

“เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุนายสมพงษ์ ชะลอรถเพื่อให้ จยย.ของคนร้ายแซง แต่ปรากฏว่าคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายรถ จยย. ชักอาวุธปืนออกมายิงใส่ 3-4 นัด ก่อนจะบิดคันเร่งขับหลบหนีไปทันที ขณะที่รถยนต์กระบะที่สามีขับมาและตนนั่งมาด้วย เสียหลักไปจอดริมถนน และสามีโดนกระสุนปืนเสียชีวิตต่อหน้าตน หลังตั้งสติได้ จึงร้องขอความช่วยเหลือ และแจ้งตำรวจทันที ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบว่ามาจากเรื่องใด เพราะสามีไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง” นางปทุมรัตน์ ให้การทั้งน้ำตา
201611251241143-20041019184031ขณะที่ พ.ต.ท.เทียนชัย สะสิสุวรรณ กล่าวว่า นอกจากนายสมพงษ์ จะเป็นพนักงานขับรถนายอำเภอเชียรใหญ่แล้ว ยังประกอบธุรกิจนากุ้งในอำเภอเชียรใหญ่ด้วย การสอบสวนยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่คนร้ายตามยิงนายสมพงษ์ ในครั้งนี้ โดยการสอบปากคำพยานต่างๆ ก็ระบุว่าปกตินายสมพงษ์ เป็นคนเรียบร้อยไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใครมาก่อน ขณะที่ภรรยาก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง เพียงบอกว่าที่ผ่านมาไม่เคยขัดแย้งกับใครรุนแรง

แต่ในเบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจากโกรธแค้นส่วนตัว นายสมพงษ์ อาจจะไปขัดแย้งกับคู่อริคนใดคนหนึ่งทำให้มีความโกรธแค้นถึงขั้นถูกตามฆ่า อย่างไรก็ตามจะเร่งทำการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อติดตามคนร้ายโหดทั้ง 2 มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านนายมนตรา พรมสินธุ์ นายอำเภอเชียรใหญ่ กล่าวว่า ทุกคนยังมึนถึงกรณีนายสมพงษ์ฯ คนขับรถถูกยิงเสียชีวิต เพราะปกตินายสมพงษ์ฯ เป็นคนเรียบร้อย ไม่เที่ยวเตร่ ทำงานอย่างตั้งใจ ซึ่งไม่มีอะไรบ่งบอกเลยว่าจะมาโดนยิงตาย และตนได้เข้าพบตำรวจชุดสอบสวน สภ.เชียรใหญ่ แล้วเพื่อให้เร่งทำการสอบสวนหาสาเหตุที่ชัดเจน และเร่งติดตามคนร้ายรายนี้มารับโทษตามกฏหมายโดยเร็วต่อไปแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

จ่อยิงโหด!! น้องชายทนายคนดัง นอนเล่นเผลอหลับ-ดับสยองคากระท่อม

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 13 ต.ค. ร.ต.อ.ยศกร ทองนุ่น รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่กระท่อมหลังบ้าน ม.7 ต.ทุ่งสง อ.นาบอน รับแจ้งแล้ว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ประพันธ์ เดชารัตน์ รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.ไชยยันต์ รัตนพงศ์ รอง ผกก.สส.นำชุดสอบสวน แพทย์เวร รพ.นาบอน และมูลนิธิประชาร่วมใจนาบอนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ201610130913051-20021028190220เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุในกระท่อมดังกล่าว พบศพผู้ตายทราบชื่อ คือ นายทวี สวัสดิสาร อายุ 54 ปี เป็นเจ้าของบ้านดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณขมับซ้ายและศีรษะจำนวน 3 นัด นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่ามีร่องรอยคนร้ายซึ่งคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 2 คน เดินเท้าเข้ามาก่อเหตุแล้วพากันหลบหนี201610130913052-20021028190220จากการสอบสวนของตำรวจทราบว่า นายทวี ผู้ตายทำงานขับรถรับจ้างบรรทุกไม้ยางพารา และเป็นน้องชายของทนายความชื่อดังคนหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช (นายสมมุ่ง สวัสดิสาร) หลังจากเสร็จภารกิจการงานแล้วนายทวี ผู้ตายได้ไปนอนเล่นที่กระท่อมดังกล่าว จนเผลอหลับ กระทั่งตกดึกมีคนร้ายแอบย่องเข้ามาใช้อาวุธปืนจ่อยิงในระยะเผาขนจำนวน 3 นัดซ้อนเข้าศีรษะและขมับจนนายทวีตายคาที่ดังกล่าว

ส่วนสาเหตุเบื้องต้นตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากเรื่องใด เพราะปกตินายทวี ผู้ตายมีนิสัยเรียบร้อยไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเรื่องโกธรแค้นส่วนตัว โดยอาจขัดแย้งกับคนในหมู่บ้าน กระทั่งถูกตามมายิงถึงกระท่อมดังกล่าว ซึ่งตำรวจจะสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรหื่นอาละวาดโพธาราม บุกหวังจะขืนใจ2สาวถึงในบ้าน ฉกชุดชั้นในติดมือไปด้วย

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งเหตุโจรหื่นย่องก่อเหตุหวังจะขืนใจหญิงสาว แต่ไม่สำเร็จ ภายในต.บางตะโหนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ห่างจากบ้านเหยื่อสาวรายแรก วัย 18 ปี ที่เพิ่งโดนโจรหื่นบุกจะก่อเหตุแค่ 500 เมตร แต่ไม่สำเร็จเช่นกัน จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบคนร้ายได้ขโมยชุดชั้นในไปด้วย201610051226474-20041021095115สอบถามยายแก้ว อายุ 60 ปี เล่าถึงนาทีระทึกว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น แต่โชคดีที่หลานสาวสองคนไม่อยู่บ้าน จึงรอดจากเงื้อมมือของโจรหื่นมาได้ แต่จากการตรวจสอบบริเวณรอบบ้านว่ามีทรัพย์สินอะไรหายไปบ้าง พบชุดชั้นในของหลานสาวหายไป

จากนั้นยายแก้วพาผู้สื่อข่าวไปดูเส้นทางที่คนร้ายย่องเข้ามาก่อเหตุ บริเวณสวนท้ายบ้านที่บริเวณเปลนอนใต้ต้นมะม่วง พบรอยเท้าที่อยู่ติดกลับพื้นดินหลายรอย ลักษณะเหมือนคนร้ายมานอนรอ เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวของคนในบ้าน ก่อนฉวยโอกาสย่องเข้ามาก่อเหตุในช่วงค่ำ ประกอบกลับช่วงเวลานั้นฝนตกทำให้มีความมืด คนร้ายจึงย่องเข้ามาภายในบ้าน แต่สุนัขที่เลี้ยงไว้ไล่เห่า ตนเลยรีบเข้ามาดู เป็นจังหวะเดียวกันที่คนร้ายรีบหนีกลับออกไปทางเส้นทางเดิม ซึ่งตนเกิดความหวาดกลัว จึงร้องเรียกหลานสาวอีกสองคน ซึ่งคิดว่าอยู่ภายในบ้าน แต่โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ เพราะยังไม่กลับมาจากตลาดนัด ตอนนี้รู้สึกหวาดกลัว แม้ตนจะอายุมากแต่ก็เป็นผู้หญิง เพราะเคยทราบข่าวว่ามีคนร้ายลอบเข้ามาข่มขืนคนแก่หรือผู้สูงอายุ

ด้านหลานสาวอายุ 16 ปี เปิดเผยว่า อาศัยอยู่กับยายและพี่สาวอีก 1 คน ตอนนี้ทั้งครอบครัวรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ที่ช้ำใจสุดคือชุดชั้นในที่ใช้สวมใส่เป็นประจำและเพิ่งซื้อมาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ตากไว้หลังบ้านกลับหายไปด้วยในคืนวันเกิดเหตุ

ขณะที่นายสมใจ เทพอวยพร ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หลังจากทราบข่าวได้เข้ามาตรวจสอบ พบรอยเท้าของคนร้ายจำนวนหนึ่ง อยู่บริเวณสวนหลังบ้านของผู้เสียหาย จึงสันนิษฐานได้ว่าคนร้ายย่องเข้ามาดูลาดเลาของคนในบ้าน ซึ่งบ้านนี้มีผู้หญิงอยู่อาศัยกันเพียง 3 คน และที่สำคัญเหตุการณ์นี้เกิดติดต่อกัน จึงจัดเวรยามของอาสาสมัครดูแลความปลอดภัย เชื่อคนร้ายไม่น่าจะเป็นคนในหมู่บ้าน พร้อมติดตามล่าตัวมาดำเนินคดี

ที่มา>>>ข่าวสด

จับแล้วโจ๋วัย 19 ปีแทงวิศวกรดับขณะรอรับเมีย สารภาพไม่สะทกสะท้านจะปล้นจยย.

จากคดีสะเทือนใจ นายนเรศ หวังทางมี อายุ 23 ปี วิศวกรหนุ่ม โดนคนร้ายแทงจนเสียชีวิตแล้วพยายามชิงรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดปากทางเข้าหมู่บ้านกลางกรุง ระหว่างลาดพร้าวซอย 23-25 ย่านลาดพร้าว กทม. เมื่อเย็นวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยสอบสวนพบว่านายนเรศจอดรถรอรับภรรยาที่หลับมาจากทำงานตรงจุดดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน แต่วันนี้กลับเจอโจรใจเหี้ยมบุกเข้าแทงหน้าอกซ้าย ตัดขั้วหัวใจ จนเสียชีวิตอนาถ และเมื่อภรรยามาถึงกลับพบศพสามีนอนตาย จึงทรุดฮวบน้ำร้องไห้ เป็นที่เวทนาเป็นอย่างยิ่งล่าสุดรายงานข่าวว่าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น ได้รับการประสานงาน จากชุดทำงานตำรวจภูธร จังหวัดนครศรีธรรมราชว่า สามารถติดตามจับกุมมือแทงหนุ่ม วิศวะได้แล้ว

หลังทราบได้สั่งให้พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รอง ผบช.น. พร้อมชุดทำงานเข้าตรวจสอบพร้อมประสานงานร่วมกับพ.ต.อ.เชาว์ศิลป์ บุญประดิษฐ์ รองผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ตำรวจนครศรีธรรมราช ชุดที่ทำการจับกุมตัวได้ทราบชื่อนายวรัญญู หรือวิว ชูมณี อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าวิศวกรชิงทรัพย์ รถจยย. ได้ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าบนเขา เขตสภ.ลานสกา จ. นครศรีธรรมราชจากการสอบสวนเบื้องต้นนายวรัญญูให้การไม่สะทกสะท้ายว่า ปล้นฆ่าเพื่อชิงรถจักรยานยนต์ ซึ่งขณะนี้กำลังนำตัวเดินทางมายังกทม. เพื่อสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเบื้องต้นหลังจากที่นำเข้ามากรุงเทพแล้วจะนำไปสน.พหลโยธิน เพื่อทำการสอบปากคำ และจะมีการแถลงข่าว อย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งในช่วงบ่ายในวันที่ 5 มิ.ย.

ที่มา>>>Thairath

เห็นใจโจรจุดธูป 9 ดอกขอ! ก่อนงัดตู้บริจาค ศาลเจ้าไม่แจ้งความ

ผู้ดูแลศาลเจ้าที่สุราษฎร์ธานี เห็นมีควันโขมงกลางดึก ไปดูเจอธูป 9 ดอกจุดไหว้เจ้าและตู้บริจาคถูกงัดขโมยเงิน คาดพี่โจรคงมีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงมาจุดธูปขอกับเทพเจ้าเลยได้เงินไปดังใจหมาย คนดูแลก็เห็นใจไม่ขอแจ้งความ…

วันที่ 5 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาท่าโรงช้าง จ.สุราษฎร์ธานี ว่า มีคนร้ายงัดตู้บริจาคเงินทำบุญที่ศาลเจ้า ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานีตู้บริจาคเงินทำบุญที่ศาลเจ้าไต่ฮงกงถูกงัดขโมยเงินในตู้ไป

ที่เกิดเหตุด้านหน้าศาลเจ้าไต่ฮงกง ริมถนนเอเชีย 41 ขาขึ้น เป็นศาลเจ้าขนาดเล็กไม่มีรั้วกั้น เปิดให้ประชาชนได้ไหว้สักการะ บริเวณด้านหน้าศาลเจ้ามีตู้รับบริจาคขนาดเล็ก มีร่องรอยถูกงัดเพื่อขโมยเงินในตู้ แต่คนร้ายเอาไปไม่หมด ยังเหลือเงินภายในตู้เป็นเหรียญจำนวนหนึ่ง

นายขจรศักดิ์ หนูคงนุ้ย หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการกู้ภัยท่าโรงช้าง กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงประมาณ 5 ทุ่ม คืนวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยที่ตั้งข้างหลังบริเวณศาลเจ้า พบกลุ่มควันในศาลเจ้า จึงรีบเดินเข้ามาดูเพราะโดยปกติแล้วจะไม่มีใครมาไหว้ในช่วงเวลาดังกล่าว พบว่าตู้บริจาคโดนงัด และจากการสำรวจมีการจุดธูปจำนวน 9 ดอกด้วย คาดว่าคนร้ายจุดธูปขอ ก่อนจะงัดขโมยเงินในตู้บริจาคไป ซึ่งเงินในตู้ดังกล่าว ทางกู้ภัยจะเก็บทุกวันเสาร์ และยอดเงินที่สูญหายในครั้งนี้ประมาณ 2,000 บาทตรวจสอบพบยอดเงินที่สูญหายในครั้งนี้ประมาณ 2,000 บาท และมีการจุดธูป 9 ดอกคาดคนร้ายมาจุดเพื่อขอเงิน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด เนื่องจากเห็นว่า คนร้ายคงมีความเดือดร้อน จำเป็นที่จะต้องใช้เงิน ถึงขนาดจุดธูปขอก่อนจะงัดขโมยเงิน แต่อยากฝากเตือนผู้ที่จะกระทำการดังกล่าว เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมาย หากถูกจับ จะถูกดำเนินคดีได้.

ที่มา>>>Thairath