สาวสุดช็อก!! แฟนหนุ่มวิดีโอคอลมาตาม ก่อนเสียงดังสนั่น-ภาพหายจากจอ เจอศพสยอง

 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 25 ก.ค. ร.ต.อ.วิเชียร อินทร์จันทร์ พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม รับแจ้งเหตุชายใช้อาวุธปืนยินตนเองเสียชีวิต ภายในชุมชนสารภี1 จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.ศิริราช และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง ชุมชนสารภี1 ซ.สมเด็จเจ้าพระยา4 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน พบศพนายโกเมท โพธิ์งาม อายุ 30 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด.38 มม. ยิงที่ศีรษะ กระสุนเข้าที่ขมับขวา ทะลุซ้าย นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่มีเลือดนองเต็มบนพื้นห้อง ใกล้กันพบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด.38 มม. ตกอยู่ใกล้มือขวา และที่ใกล้มือซ้าย พบโทรศัพท์มือถือสีบรอนซ์ตกอยู่ และภายในห้องยังพบกระสุนปืนขนาด.38 มม. เก็บไว้ตามฝาห้องจำนวน 300 นัด ปืนลูกซอง 1 กระบอก กระสุนอีก 2 นัด เก็บไว้ภายในห้อง

สอบปากคำ น.ส.สุนิสา อายุ 22 ปี แฟนสาว ให้การทั้งน้ำตา กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนกับแฟนหนุ่มมีปากเสียงทะเลาะกัน เนื่องจากตนจับได้ว่าผู้ตายยังแอบไปคบกับแฟนเก่า ทั้งๆ ที่ได้เลิกรากันนานแล้ว ตนจึงออกไปเที่ยว และผู้ตายได้โทรศัพท์ตามให้กลับมาบ้าน แต่ตนยังไม่กลับ จนช่วงดึกได้ติดต่อมาอีก และมีการพูดคุยโทรศัพท์ผ่านวิดีโอคอล และพูดเชิงน้อยใจว่า ถ้าตนไม่กลับบ้านมา จะยิงตัวตาย ระหว่างที่พูดคุยอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงดังขึ้น และภาพในโทรศัพท์ก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย ซึ่งทุกครั้งที่ทะเลาะกัน ผู้ตายก็มักจะพูดเชิงน้อยใจแบบนี้ จนมาช่วงเช้า ตนเข้ามาก็ต้องตกใจ เมื่อพบศพ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ

จากการตรวจสอบประวัตินายโกเมท พบว่าเคยถูจับกุมในคดีครอบครองยาเสพติด(ยาไอซ์) และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 1 ปี และรับจ้างสักลายฯ อยู่ย่านท่าดินแดง

เบื้องต้นได้มอบศพให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำศพส่ง นิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อตรวจพิสูจน์ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบชันสูตรศพผู้ตายนั้น มีตุ๊กแกตัวหนึ่งเกาะอยู่บริเวณดังกล่าว แม้มีคนเข้าไปในจุดเกิดเหตุจำนวนมาก แต่ตุ๊กแกดังกล่าวก็ไม่กลัวผู้คนหรือหนีไปไหนเลย

ที่มา>>>ข่าวสด

ขาใหญ่เมืองอุบลฯ ฉุนเมียใช้ปืนยิงเจ็บ ก่อนระเบิดขมับฆ่าตัวตาย

ระเบิดขมับดับ!! “อ๊อฟซ่าส์” ขาใหญ่บ้านแคนคำ อุบลฯ ชวนเมียตั้งวงกินเหล้า แต่ไม่ยอมกินด้วยจนเกิดปากเสียง ชักปืนยิงจนเมียได้รับบาดเจ็บ ก่อนจ่อขมับตัวเองลั่นไกดับต่อหน้า…

เมื่อเวลา 23.40 น. วันที่ 26 พ.ค.59 พ.ต.ต.เสด็จ แก้วสิงห์ทอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 อุบลราชธานี ว่ามีเหตุยิงกันในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และ เสียชีวิต 1 ราย หลังจากรับแจ้งเหตุจึงได้รายงาน ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ริมถนน ตรงข้ามถนนราชพัสดุ ต.ไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชธานี พบกองเลือด 1 กอง อาวุธปืนบีบีกันดัดแปลงใส่ลูกกระสุนจริงขนาด .38 พบปลอกกระสุนจำนวน 2 นัด ตกอยู่ข้างกองเลือด สอบถามประชาชนข้างเคียงให้การว่ามีผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นสามีภรรยากัน เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ก่อนหน้าแล้วอาวุธปืนบีบีกันดัดแปลงที่ใช้ก่อเหตุ

สอบถามนายธีรวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ชาวบ้านข้างเคียงซึ่งเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นสามีภรรยากัน ผู้ชายชื่อนายวรัญญู เพิ่มศรี ชื่อเล่นอ๊อฟ หรือฉายา “อ๊อฟซ่าส์” อายุ 28 ปี ชาวบ้านหมู่ 17 อ.เมืองอุบลราชธานี และ น.ส.ก้อย (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาวบ้าน ต.หนองไฮ อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี ก่อนเกิดเหตุ นายอ๊อฟ ได้กลับมาจากการงานเลี้ยงผูกแขนเพื่อนที่พ้นโทษมาจากเรือนจำ เมื่อมาถึงบ้านก็จอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าบ้านด้วยอาการเมาอย่างหนัก ขณะนั้นฝนกำลังตกหนัก ตนเองจึงได้กลับเข้าบ้านประมาณ 5 นาที ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมา 1 นัด ก็พบว่า น.ส.ก้อยถูกยิงที่ไหล่ซ้าย 1 นัด ก่อนจะวิ่งอุ้มลูกน้อยเข้ามาให้ย่าในบ้านพัก โดยมีนายอ๊อฟวิ่งตามมาจนถึงบริเวณด้านข้างแผงขายเนื้อวัว นายอ๊อฟก็ใช้ปืนยิงขมับขวาของตัวเองล้มลงจมกองเลือดต่อหน้าแฟนสาว ต่อมานายอ๊อฟเสียชีวิตขณะที่นำส่งโรงพยาบาล ส่วน น.ส.ก้อย แพทย์ทำการรักษาอาการปลอดภัยแล้วชาวบ้านละแวกใหล้เคียงมามุงดูเหตุการณ์

นายธีรวัฒน์ ยังเล่าอีกว่า ปกติครอบครัวนี้จะมีปากเสียงกันเกือบทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ แต่ระยะหลังนี้ เห็นนายอ๊อฟไปได้ปืนดังกล่าวมาพกติดตัว และมักจะยิงปืนเล่นอยู่เป็นประจำ โดยช่วงกลางวันก่อนเกิดเหตุนายอ๊อฟก็นำเอาปืนออกมาซ้อมยิงเล่นเช่นเคย แต่ก็ไม่คิดว่านายอ๊อฟจะเอาปืนมายิงภรรยาของตัวเอง แล้วยิงตัวตาย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนพยานหลักฐานเบื้องทราบว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งมีฉายาว่า “อ๊อฟซ่าส์” เป็นขาใหญ่ในบ้านแคนคำ และเคยมีคดีพัวพันกับยาเสพติด โดยก่อนเกิดเหตุได้ชักชวน น.ส.ก้อย ดื่มสุราด้วย แต่ น.ส.ก้อยไม่ยอมดื่มด้วย จนมีปากเสียงกัน และก่อเหตุยิง น.ส.ก้อย ก่อนยิงตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว โดยสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำ น.ส.ก้อย หลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บก่อนเพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath