วสท. แจงเหยื่อ SCB 8 ศพ สูดสารไพโรเจนมากเกิน ไม่ใช่ขาดออกซิเจน

 * วสท. แจงเหยื่อ SCB 8 ศพ สูดสารไพโรเจนมากเกิน ไม่ใช่ขาดออกซิเจน *

เหยื่อ SCB 8 ศพ

นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ แถลงเหยื่อการตาย จากเหตุ SCB ไม่ใช่เพราะขาดออกซิเจน แต่เป็นการสูดเอาสารดับเพลิงไพโรเจนเข้าไปมาก จนร่างกายรับไม่ไหว

วันที่ 18 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. ตั้งโต๊ะแถลงถึงกรณีบริษัทผู้รับเหมาปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย อาคารเอสซีบี ปาร์ค ธนาคารไทยพาณิชย์ จากระบบแอโรซอล หรือไพโรเจน เป็นระบบก๊าซไนโตรเจน แต่เกิดเหตุขัดข้องจนเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเชื่อว่า สาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากการขาดออกซิเจนตามที่เป็นข่าว แต่เป็นการสูดดมเอาสารดับเพลิงแอโรซอล ซึ่งเป็นผงฝุ่นละเอียดสูง มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน เข้าไปในร่างกายและสัมผัสสารเป็นเวลานานกว่า 15 นาที ทำให้เข้าไปปิดกั้นระบบทางเดินหายใจ จนเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ออกซิเจนในสมองลดลงและเสียชีวิตลงดังกล่าว

เหยื่อ SCB 8 ศพ

อ่านเพิ่มเติม วสท. แจงเหยื่อ SCB 8 ศพ สูดสารไพโรเจนมากเกิน ไม่ใช่ขาดออกซิเจน

สั่งย้าย เทศกิจในคลิปฉาวไถเงินฝรั่ง พร้อมบทลงโทษขั้นหนัก

 * สั่งย้าย เทศกิจในคลิปฉาวไถเงินฝรั่ง พร้อมบทลงโทษขั้นหนัก *

เทศกิจไถเงินฝรั่ง

รองปลัดกรุงเทพมหานคร ออกคำสั่งย้ายไปช่วยราชการ เทศกิจที่ปรากฏในคลิปฉาวหลังคลิปไถเงินฝรั่งแพร่ว่อนโซเชียล พร้อมประกาศบทลงโทษทางวินัยขั้นหนักหากกระทำผิดจริง

จากกรณีที่มีคลิปวิดีโอเทศกิจจับชายชาวต่างชาติข้อหาทิ้งขยะย่านสนามหลวง โดยมีการหยิบเอาเงินจากกระเป๋าอีกฝ่ายไปหลายพันบาทเป็นค่าปรับ จนเกิดเป็นกระแสวิจารณ์อย่างมากนั้น (อ่านข่าว : แฉสนั่น เทศกิจจับชายต่างชาติทิ้งขยะนอกพื้นที่ตัวเอง-หยิบเงินไปหลายพัน)

ล่าสุด (16 มีนาคม 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งย้าย นายไพโรจน์ ทินโน เทศกิจในคลิปดังกล่าวให้ไปช่วยราชการงานฝ่ายปกครองชั่วคราว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมยืนยันว่าเทศกิจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ข้ามเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบได้ โดยพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ กทม.

ทั้งนี้ เบื้องต้นได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จแล้ว คาดว่าจะได้บทสรุปภายใน 3 วัน พร้อมจะมีการเชิญตัวเจ้าของคลิป สำนักงานเขตในปกครอง และนายไพโรจน์ มาให้ข้อมูล ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการกระทำความผิดจริงจะดำเนินการตามวินัย คือ มีโทษถึงขั้นให้ออก

‘บิ๊กตู่’ ลั่นไม่ยอมให้ประเทศแตกแยก วอนทุกฝ่ายอย่าหวงอำนาจ

บิ๊กตู่1

นายกฯ เปิดงานระบบขนส่งทางรางไทย ครั้งที่ 2 บอกอ่านข่าวแล้วปวดหัว มีทั้งเรื่อง “รธน.-ประชามติ-ปชต.” ขอทุกคนตามให้ทัน  บ่น “รำคาญคนยิ่งกว่ายุง” ลั่นไม่ยอมให้ประเทศแตกแยก ถ้าแตกอีกก็จะรวมใหม่ วอนทุกฝ่ายอย่าหวงอำนาจ

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.59 ที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการและแสดงนิทรรศการอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางไทย ครั้งที่ 2 เรื่อง “ผลิตชิ้นส่วนระบบรางอย่างไรให้ได้มาตรฐาน” พร้อมกล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ตอนเช้าแทนที่จะอารมณ์ดี แต่อ่านข่าวมีทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ ประชามติ ประชาธิปไตย ปวดหัวไปหมด ตั้งใจทำแต่สิ่งดีๆ ขอให้ทุกคนช่วยกัน และตามให้ทันว่าอะไรเป็นอะไร วันนี้ตนมองดอกไม้ก็เจอยุง ซึ่งถือว่ารำคาญทั้งยุงทั้งคน แต่คนจะเยอะกว่ายุงและน่ารำคาญกว่ายุงอีก

บิ๊กตู่2

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เราจำเป็นต้องเดินหน้าประเทศ โดยมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูปและกลไกที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เดินไปข้างหน้าได้ โดยรัฐบาลวางอนาคตข้างหน้าให้สำหรับทุกคน ไม่เคยคิดถึงผลประโยชน์ คิดเพียงแต่ว่าผลประโยชน์ต้องเป็นของคนทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาลต่อไปก็ต้องทำให้สอดคล้องกับสิ่งเหล่านี้และต้องเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่า การเปลี่ยนแปลงต้องดูว่าจะทำอย่างไร ในเมื่อกลไกการเมืองไม่เข้มแข็ง จึงต้องหาทางพัฒนา ประเทศไทยจะได้มีที่ยืนในเวทีโลกไม่ใช่ยืนอยู่คนเดียว เพราะคิดต่าง ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ตนเข้ามา ไม่ใช่ว่าตนเก่ง แต่ต้องศึกษาและทำให้เกิดรูปธรรมที่เราวางไว้ให้เกิดขึ้นภายในปี 2565 หากไม่เกิดความขัดแย้งการพัฒนาจะสามารถเริ่มต้นได้ในปีนี้ แต่เราจะรักษาเสถียรภาพได้ไปถึงเมื่อไหร่ เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกัน จึงอยากให้นักการเมือง ข้าราชการ และทุกคน เลิกมองแต่ตัวเอง แต่ให้มองอนาคตของประเทศ และพัฒนาร่วมกันให้ประเทศเข้มแข็ง อาเซียนเข้มแข็งสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันให้ได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้ใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้พัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด และแม้รัฐบาลนี้จะไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็มีหลายคน หลายประเทศที่มั่นใจว่าเราจะเดินหน้าไปได้มาสนับสนุนตนให้พัฒนาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามประเทศไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม ยิ้มตลอด แต่ยิ้มไปทะเลาะไป ตนพูดความจริง แล้วใครทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น สิ่งต่างๆที่ทำให้การพัฒนาล่าช้า เพราะคนไทยที่ต้องร่วมมือกัน ยืนยันจะเร่งรัดตรวจสอบการทุจริตทั้งหมด อย่าให้เกิดขึ้นอีก เพราะถูกจับตามองและตนเข้ามาจัดระเบียบประเทศให้ปลอดคอร์รัปชัน เวลาไปต่างประเทศก็ถูกทวงถามถึงโครงการต่างๆ ที่สัญญากันไว้ เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ ทวงตนทุกวัน เลยสงสัยว่าเสียเงินเสียทองให้ใครไปหรือไม่ จึงอยากให้บอกมาเลยจ่ายให้ใครจ่ายไปเมื่อไหร่ แล้วทำไมทำไม่ได้ก่อนที่ตนจะเข้ามา หากมีการทุจริตก็เป็นเรื่องของศาลที่จะพิจารณา แต่ตนเคารพหลักการความร่วมมือของต่างประเทศ แม้จะเข้ามาอย่างไร ตนก็รักษาสัญญา และขออย่ามาวิ่งเต้นในเรื่องต่างๆ กับตนเพราะรำคาญ หากทำได้ก็จะทำ หากไม่ได้ก็ไม่ทำ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ต้องมุ่งที่ความเข้าใจ ไม่ใช่มุ่งแต่อำนาจ ไม่ใช่หมายถึงตน แต่หมายถึงใครก็แล้วแต่ที่มีอำนาจ เพราะอำนาจไม่ใช่สิ่งที่หามาง่าย แต่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มีอำนาจที่จะบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่มีอำนาจไว้ขู่เข็นคนทั้งโลก และใครจะรักหรือชอบใครไม่ว่า ขออย่าเกลียดประเทศและแยกประชาชน ซึ่งเหมือนเพลงชาติไทยที่บอกว่ารวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเป็นประชารัฐ ที่เราร้องกันทุกวันแต่ก็ทะเลาะกันทุกวัน เพราะมาจากหลายเชื้อชาติ ใครไม่เข้าใจก็ช่าง แต่ต้องรวมกันเป็นประชารัฐ วันนี้รวมกันได้ก็จะแตกกันอีก แต่ตนไม่ยอมอยู่แล้ว ถ้าแตกอีกตนก็จะรวมกันอีก ทุกคนต้องร่วมมือกันให้ได้อย่าหวงอำนาจ เพราะอำนาจเป็นของประชาชน เรามารับใช้ประชาชน ตนไม่ใช่นักการเมืองจึงไม่ทำแบบนักการเมือง

ทั้งนี้ ระหว่างบรรยาย พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมลุกขึ้นยืนชูมือ ยืดเส้นยืดสาย เพื่อไม่ให้ง่วงนอนหรือเกิดความเบื่อหน่าย ก่อนจะบรรยายต่อว่า จากนี้ไทยจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ในภูมิภาค ต้องสร้างแรงจูงใจในการลงทุนในเรื่องสิทธิประโยชน์กับนักลงทุน ขณะเดียวกันยังชี้แจงคำสั่งมาตรการ 44 ไม่ได้สั่งยกเลิกรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แต่อยากให้เกิดความรวดเร็ว หรือทำแบบคู่ขนานกันไป ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้ง พร้อมจะดูแลประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ หากโครงการไหนควรทำ ก็ต้องทำ ขออย่าบิดเบือน เว้นแต่พวกที่ไม่รักษากฎหมายที่กฎหมายปกติยังไม่เคารพ

โดยตอนท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า รู้สึกสบายที่ได้พูดปัญหาทุกอย่างในวันนี้.

ที่มา>>>Thairath

จ่อดำเนินคดี 2 บริษัท เหตุไพโรเจนรั่ว ‘เอสซีบี’ ยังไม่สรุปความผิดใคร!

scb1

ผู้บังคับการ พฐ.คาด เหตุไพโรเจน รั่วที่ ‘เอสซีบี‘ เกิดจากระบบตรวจพบฝุ่นฟุ้งกระจายจากการซ่อมบำรุง ด้าน ‘ศานิตย์’ เผย ยังไม่สรุปเป็นความผิดของใคร รอผู้เชี่ยวชาญสอบอีกครั้ง จ่อดำเนินคดี 2 บริษัทเอกชน ไม่ทำตามขั้นตอนหลังเกิดเหตุ ทำคนเจ็บตาย จำนวนมาก …

พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุระบบป้องกันอัคคีภัยของธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ รั่วไหล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากว่า ธนาคารยืนยันว่า ระบบไพโรเจนป้องกันอัคคีภัย ณ ปัจจุบัน เป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูงสุด แต่อาจจะเกิดข้อผิดพลาดส่วนบุคคล ซึ่งยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเป็นความผิดของใคร เนื่องจากต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบโดยละเอียดก่อน ขณะเดียวกัน ห้องดังกล่าวเป็นห้องความมั่นคงสูง มีเอกสารสำคัญจำนวนมาก บุคคลที่เข้าออกได้จึงถูกจำกัดเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

นอกจากนี้ พลตำรวจโท ศานิตย์ ยังยืนยันว่า จะมีการดำเนินคดีกับเอกชน อย่างน้อย 2 บริษัท ที่ละเลยเมื่อเกิดเหตุไม่ทำตามขั้นตอนปฏิบัติที่กำหนด เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

scb2

ด้าน พลตำรวจตรี ธวัชชัย เมฆประเสริฐกุล ผู้บังคับการพิสูจน์หลักฐานกลาง หรือ พฐ. กล่าวว่า คาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจจะเกิดจากระบบตรวจพบฝุ่นฟุ้งกระจายจากการซ่อมบำรุง เพราะในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการระเบิดหรือเพลิงไหม้ ส่วนคราบสีดำเพดานและพื้น คาดว่าจะเป็นร่องรอยการทำปฏิกิริยาของสารเคมีดังกล่าว อีกทั้งธนาคารอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย จากไพโรเจนเป็นไนโตรเจน จึงต้องทำการเซ็นเซอร์ตรวจจับความผิดปกติ รวมถึงอุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่นำเข้าไปในการซ่อมบำรุง ว่าสิ่งใดที่เป็นปัจจัยให้ระบบทำงานขึ้น รวมถึงขณะที่พนักงานซ่อมบำรุง เข้าดำเนินการได้ปิดระบบไพโรเจน แล้วใช้ระบบไนโตรเจนหรือไม่.

ที่มา>>>Thairath

องอาจ บี้ กรธ. คืนสิทธิเรียนฟรี 12 ปี ให้เด็กไทย

องอาจ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บี้ กรธ. คืนสิทธิเรียนฟรีเด็กไทย 12 ปี กระตุกรัฐต้องให้ความสำคัญกับเด็กแรกเกิด-ก่อนวัยเรียน…

วันที่ 14 มี.ค. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ก่อนส่งรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ ในวันที่ 29 มี.ค. 2559 เพื่อให้ประชาชนลงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับ ว่า ยังมีเรื่องสำคัญอีกหลายเรื่องที่เคยนำเสนอให้ กรธ.พิจารณาปรับแก้ แต่ยังเงียบอยู่ คือเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กไทย ที่ กรธ. ไปลดสิทธิของเด็กไทยที่จะได้เรียนฟรี 12 ปี อย่างมีคุณภาพ ลงเป็นเหลือแค่ 9 ปี ในมาตรา 50 ของร่างรัฐธรรมนูญนี้ว่า “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย”

ขณะที่ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 บัญญัติส่วนที่ 8 สิทธิ และเสรีภาพในการศึกษา มาตรา 49 ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการได้รับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” จึงขอเรียกร้องให้ กรธ.คืนสิทธิของเด็กไทยที่เคยได้เรียนฟรี 12 ปี เหมือนเดิม

นายองอาจ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนขอเสนอให้ กรธ.ให้ความสำคัญกับการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้รัฐมีบทบาทสำคัญในการดูแลเด็กก่อนวัยเรียน และเด็กแรกเกิด ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญของพัฒนาการของเด็กให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งร่างกาย และสติปัญญา รวมทั้งพัฒนาการทางสมองของเด็ก เมื่อเด็กเติบโตเป็นวัยรุ่นจะไม่ก่อปัญหาให้กับสังคม และเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพช่วยสร้างสรรค์ประเทศชาติบ้านเมืองให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ถ้ารัฐไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิด และเด็กก่อนวัยเรียนจริงจัง รัฐจะสูญเสียพลังสร้างสรรค์สังคม และต้องเสียเงินงบประมาณมากมายกับการแก้ไขปัญหาสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เราไม่ช่วยกันพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพเท่าที่ควรตั้งแต่แรกเกิด ขอให้ กรธ.ให้ความสนใจเรื่องสิทธิของเด็กแรกเกิด และเด็กก่อนวัยเรียนอย่างจริงจังด้วย

ที่มา>>>sanook

ตื่นตา ! มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก ผลัดใบเป็นสีทอง

 * ตื่นตา ! มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก ผลัดใบเป็นสีทอง *

มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก1

มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก

ประชาชนตื่นตา ! มหาโพธิ์สามเส้า อายุกว่า 600 ปี หลังวิหารหลวงพ่อเหลือวัดใหญ่ จ.พิษณุโลก ผลัดใบเป็นสีทอง

วันที่ 11 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้วยสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ต้นมหาโพธิ์ หรือที่เรียกกันว่า “มหาโพธิ์สามเส้า” หลังวิหารหลวงพ่อเหลือ หน้าวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราชวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผลัดใบเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยขณะนี้ใบโพธิ์เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามเกือบหมดทั้งต้น ดูสวยงามแปลกตา ทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชม หรือผู้ที่มากราบสักการะองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช ต่างพากันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

สำหรับที่มาของต้นมหาโพธิ์สามเส้า เมื่อปี 1900 พระยาลิไท ได้รับสั่งให้ช่างนำเศษทองสัมฤทธิ์ที่เหลือจากการสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา มารวมกันหล่อพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดเล็ก เรียกว่า พระเหลือ และพระสาวกยืน อีก 2 องค์ ส่วนอิฐที่ก่อเตาสำหรับหลอมทองได้นำมารวมกันบนฐานชุกชี พร้อมกับปลูกต้นมหาโพธิ์ 3 ต้น บนชุกชี เรียกว่า โพธิ์สามเส้า ระหว่างต้นโพธิ์ได้สร้างวิหารน้อยขึ้นหนึ่งหลัง อัญเชิญพระเหลือ กับพระสาวกไปประดิษฐาน เรียกว่า วิหารพระเหลือ รวมอายุต้นโพธิ์และวิหารพระเหลือดังกล่าว คือ 659 ปี

ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN

มือฆ่าสาวการท่า อรพรรณ บุญกล่อม สารภาพทั้งน้ำตา แค้นถูกสวมเขา

 * มือฆ่าสาวการท่า อรพรรณ บุญกล่อม สารภาพทั้งน้ำตา แค้นถูกสวมเขา *

อรพรรณ บุญกล่อม

อรพรรณ บุญกล่อม

ผู้ต้องหาฆ่าโหดสาวการท่าฯ สารภาพลงมือสังหารแฟนสาวที่คบหามา 6 ปี เพราะถูกนอกใจ แถมพูดจาเสียดสี..เป็นยังไงล่ะ โง่มานานแล้วนี่

จากกรณีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวถูกฆาตกรรมหมกพงหญ้า บริเวณ ต.หนองปลาไหล และจากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นางสาวอรพรรณ บุญกล่อม อายุ 28 ปี พนักงานท่าอากาศยานดอนเมือง ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถจับกุม นายธนัฐพงศ์ กุลรักษา เจ้าหน้าที่คาร์โก้สายการบินแห่งหนึ่ง แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้

โดยนายธนัฐพงศ์ กุลรักษา ผู้ต้องหาในคดี ให้การทั้งน้ำตาว่า ตนและแฟนสาวคบหาเป็นแฟนกันมา 6 ปี และมีการวางแผนแต่งงานในเร็ว ๆ นี้ กระทั่งในวันที่ 5 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ตนได้รับแฟนสาวไปกินข้าวและดูหนัง จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. ขณะขับรถเตรียมไปส่งแฟนสาวที่บ้านพักย่านถนนสรงประภา เกิดมีปากเสียงกัน เนื่องจากตนจับได้ว่าแฟนสาวคบกับผู้ชายคนอื่นอยู่ ประกอบกับแฟนของผู้ชายที่คบแฟนสาวตนเองได้ส่งภาพตอนที่ทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกันมาให้ตน เมื่อตนนำภาพดังกล่าวให้แฟนสาวดูก็ถูกแฟนสาวต่อว่าด้วยถ้อยคำเสียดสีรุนแรง โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “เป็นยังไงล่ะ โง่มานานแล้วนี่” ทำให้ตนบันดาลโทสะ ใช้มีดพกที่พกติดตัวเป็นประจำแทงแฟนสาวจนเสียชีวิต หลังจากนั้นตนได้ขับรถนำร่างแฟนสาวไปทิ้งบริเวณป่าข้างทางในพื้นที่ จ.สระบุรี และเมื่อกลับถึงห้องพักตนก็ได้นำเอกสารของแฟนสาวไปเผาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน รวมถึงนำพรมรองเท้าที่เปื้อนเลือดในรถไปซัก

อ่านเพิ่มเติม มือฆ่าสาวการท่า อรพรรณ บุญกล่อม สารภาพทั้งน้ำตา แค้นถูกสวมเขา

เรียกเจ้าอาวาสคดีข่มขืนสอบปากคำ-เจ้าคณะบอก บวช 30 ปีไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง

 * เรียกเจ้าอาวาสคดีข่มขืนสอบปากคำ-เจ้าคณะบอก บวช 30 ปีไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง *

เจ้าอาวาสคดีข่มขืน

เรียกเจ้าอาวาสคดีข่มขืนสอบปากคำ เบื้องต้นปฏิเสธข้อกล่าวหา ระบุโดนใส่ร้ายจากถูกตรวจสอบทรัพย์สิน ด้านเจ้าคณะ ให้ความยุติธรรมเต็มที่ เปิดข้อมูลเป็นพระปฏิบัติ ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงกว่า 30 ปี

จากกรณีที่มีสาวเจ้าหน้าที่พัสดุโรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้ามาแจ้งความเอาผิดเจ้าอาวาสวัดดัง เนื่องจากถูกข่มขืนรวม 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2557-2558 เนื่องจากกลัวโดนไล่ออก รวมถึงมีครูโรงเรียนวัดดังกล่าว เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมว่าเป็นเหยื่อเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าอาวาสคนดังกล่าวได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว พร้อมกับระบุว่า สาเหตุที่โดนแจ้งความ เพราะมีความขัดแย้งคู่กรณีที่ถูกตรวจสอบรายการทรัพย์สินของโรงเรียน

ต่อมาวันที่ 11 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประทาย จ.นคราชสีมา ได้เชิญเจ้าอาวาสมารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำ ซึ่งก็ได้มีการปฏิเสธข้อกล่าวหา เพราะโดนใส่ร้ายจากปมตรวจสอบทรัพย์สินของโรงเรียน

ด้านพระครูสุธรรมานุรักษ์ เจ้าคณะ อ.ประทาย เปิดเผยว่า ได้ติดตามกรณีนี้ตลอด และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์จะรู้ผล ถ้าหากมีความผิดจริง ก็จะถูกเอาผิดทางวินัยโดยให้ลาสิกขาตามระเบียบทันที ส่วนความผิดทางอาญา เป็นไปตามหลักฐานของตำรวจ แต่สุดท้าย จะให้ความยุติธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนตัวนั้น ทราบว่า พฤติกรรมเจ้าอาวาสคนนี้เป็นพระปฏิบัติกว่า 30 ปี ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียเกี่ยวกับผู้หญิง
ภาพจาก ทวิตเตอร์ @tnamcot

พ่อค้าน่าน ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท สวนกระแสยุคข้าวยากหมากแพง

 * พ่อค้าน่าน ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท สวนกระแสยุคข้าวยากหมากแพง *

แกงถุง 10 บาท น่าน

แกงถุง 10 บาท น่าน

พ่อค้าน่านใจดี ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท สวนกระแสยุคข้าวยากหมากแพง รับประกันถูก อร่อย สะอาด เผยอยากจะช่วยคนรายได้น้อยและมีความสุขที่ได้ทำ

เรียกได้ว่าสวนกระแสข้าวยากหมากแพงจริง ๆ สำหรับพ่อค้าใจดีคนนี้ ที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่ วัตถุดิบจะแพงขนาดไหน แต่ก็ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท อย่างนี้มานานถึง 6 ปีแล้ว โดยรายงานระบุเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ว่า พ่อค้ารายนี้ชื่อ นายสมหวัง เหล่าหล่าย อายุ 44 ปี ขายข้าวแกงอยู่ที่บ้านมหาโพธิ์ ถ.มหายศ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ซึ่งขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท และสาเหตุที่ไม่ปรับราคาก็เพราะเห็นใจลูกค้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาและเป็นคนทำงานมีรายได้จำกัด จึงอยากจะเป็นทางเลือกในการช่วยแบ่งค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ส่วนอาหารก็ทำขึ้นเองหมดเลย และขายที่หน้าบ้าน จึงไม่มีต้นทุนค่าเช่า

นายสมหวัง เล่าต่อว่า สำหรับกับข้าวนั้น ทำวันละ 10 อย่าง ก็มีทั้งต้ม ผัด แกง ทอด หมุนเวียนเมนูกันไป เริ่มขายตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 6 โมงเย็น ซึ่งลูกค้านอกจากจะเป็นนักศึกษาและคนรายได้จำกัดแล้ว คนขับรถเก๋งมาซื้อบ้างก็มี เพราะข้าวแกงของเราไม่ใช่ราคาถูกอย่างเดียว แต่เน้นคุณภาพ รสชาติ ความสะอาดด้วย ถึงตนจะได้กำไรน้อยแต่ก็พอใจและมีความสุขที่ลูกค้าซื้ออาหารของเราทาน นอกจากนี้ตั้งใจว่าจะขายราคาถุงละ 10 บาทไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะทำข้าวแกงขายไม่ไหว

ภาพและข้อมูลจาก
workpointtv.com

ไม่ใช่หมอก แต่มันคือฝุ่น! คนเมืองเลยโวย ขุดถนนทำเดือดร้อน

ถนน3

คนเมืองเลยหลายชุมชุน กำลังเดือดร้อนจากฝุ่นละอองที่เกิดจากการสร้างถนนโวยผู้รับเหมาไม่ใส่ใจดูแล ขอให้ฉีดน้ำบนถนนก็ไม่ให้ความร่วมมือ จนหลายคนป่วยโรคทางเดินหายใจ บ้านเต็มไปด้วยฝุ่นจนแทบจะอยู่กันไม่ได้…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 59 ที่ตลาดสดชุมชนหนองผักก้าม เขตเทศบาลเมืองเลย อ.เมือง จ.เลย มีชาวบ้านกว่า 30 คน ที่อาศัยอยู่ริมถนนสายเลย-เชียงคาน ขาเข้า ตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำไปถึงยูเทิร์นบริษัท เสริมสุข ระยะทาง 2 กม. ได้รับความเดือดร้อนจากผู้รับเหมาก่อสร้างทาง ไม่ใส่ใจต่อมลพิษฝุ่นละออง ทำให้สภาพบ้านเรือน รวมถึงเสื้อผ้าที่ตากไว้ ถังเก็บกักน้ำไว้ใช้เต็มไปด้วยฝุ่น จนแทบจะอาศัยอยู่กันไม่ได้

ถนนเลย1

ทั้งนี้ พ.ท.คำผล ติวเฮือง ประธานคุ้มมะขามหวาน นายอุทัย แก้ววงษ์ษา ประธานคุ้มโรงเรียนมหาไถ่ ผศ.แสวง สาระสิทธิ์ รก.ประธานคุ้มตลาดหนองผักก้าม น.ส.อมรรัตน์ แย้มพุ่ม ประธานคุ้มโรงเรียนเทศบาล 5 ได้ทำหนังสือร้องเรียนสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว

พ.ท.คำผล ติวเฮือง ประธานคุ้มมะขามหวาน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า บริเวณชุมชนหนองผักก้าม ปัจจุบันมีการขุดถนน รื้อออก เพื่อทำใหม่ ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. 59 มีการเปิดขุดผิวถนนหน้าลาดยางออก ทำให้เกิดฝุ่นละอองกระจายไปทั่ว ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.59 เป็นต้นมา ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็ก คนชรา และผู้ป่วย ทางชุมชนได้แจ้งให้ผู้รับเหมาช่วยฉีดน้ำบนถนนเพื่อช่วยบรรเทา แต่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร จนทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองตลอดทั้งวัน

“ชาวบ้านทั้ง 4 คุ้ม มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เป็นโรคทางเดินหายใจ หายใจไม่สะดวก รวมถึงโรคเครียด บ้านเรือนสกปรก การดำเนินชีวิตไม่เป็นปกติ ทางชุมชนได้ขอร้องเรียนผ่านทางสื่อมวลชน ให้ผู้ที่มีอำนาจลงไปดูแลบริษัทผู้รับเหมา ที่ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน ” พ.ท.คำผล ติวเฮือง ประธานคุ้มมะขามหวาน กล่าว

ถนนเลย2

ขณะที่นายเจริญ แสงอรุณ รองผู้อำนวยการ (ฝ่ายปฏิบัติการ) แขวงการทางเลย ผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว ได้กล่าวชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า ประเด็นแรกกรณีที่ชาวบ้านสงสัยว่าสภาพถนนดีอยู่แล้ว ทำไมต้องรื้อสร้างใหม่ สาเหตุเพราะถนนระยะทาง 2 กิโลเมตร อายุการใช้งานกว่า 3 ปีแล้ว จึงต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมใหม่ตามผังของแขวงการทาง และยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ส่วนประเด็นเรื่องผู้รับเหมานั้น ทางแขวงการทางเลย ได้ประสานติดต่อไปยังผู้รับเหมา ให้ฉีดน้ำตลอดเวลาเพื่อป้องกันฝุ่นละออง แต่เมื่อชาวบ้านยืนยันว่าได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างถนน ทางแขวงฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะรีบดำเนินการให้ผู้รับเหมาแก้ไขโดยด่วนต่อไป.ถนนเลย4

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์