ใจไม่แข็งห้ามดู! แค่ใบมีดโกนธรรมดาๆ ก็ขูดลอกเนื้อตายใต้ฝ่าเท้าออกได้ (คลิป)

เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษเผยแพร่คลิปของหนุ่มนิรนามที่ใช้ใบมีดโกนธรรมดาๆ ขูดลอกผิวหนังที่ด้านหนาเป็นสีเหลืองข้างใต้ฝ่าเท้าเกือบทั้งหมด ใช้เวลาเพียง 20 นาที โดยไม่มีอาการสะดุ้งหรือพลาดถูกมีดโกนบาดจนเลือดออกแม้แต่นิดเดียว

ทั้งนี้ ผิวหนังที่ด้านหนาใต้ฝ่าเท้ามีชื่อเรียกในศัพท์ทางการแพทย์ว่า “แคลลัส” ปกติจะพบในบริเวณฝ่าเท้าที่รับแรงเสียดทาน โดยผิวส่วนที่หนาจะไวต่อความรู้สึกน้อยกว่าและจะเพิ่มขึ้นเมื่อผิวหนังฝ่าเท้าถูกับรองเท้าหรือเดินพื้น ขณะที่แพทย์เตือนว่า ควรได้รับความช่วยเหลือจากแพทย์ผิวหนังมากกว่าพยายามแก้ปัญหาเอง เพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือติดเชื้อซ้ำ

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สลด! ผู้เฒ่าหายจากบ้าน 2 วัน ลูกหลานตามหาวุ่น พบอีกทีเป็นศพลอยน้ำ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 16 ส.ค. ร.ต.อ.เทียนชัย ยุรปัทมการ รอง (สว.)สภ.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ รับแจ้งเหตุพบศพคนจมน้ำที่ห้วยแล้งห่างจากหมู่บ้านห้วยท่าสะอาดใต้ ม.11 ต.ท่าสะอาด อ.เซกา ประมาณ 2 กิโลเมตร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบรุดไปตรวจชันสูตรพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรัตน์ พินิจมนตรี รอง ผกก.ป.แพทย็เวร รพ.เซกา หน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลท่าสะอาดและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างศรีวิไลจุดพรเจริญ

ที่เกิดเหตุเป็นริมตลิ่งลำห้วยแล้งพบศพนายเหรียญ ชัยคำจันทร์ อายุ 82 ปี บ้านเลขที่ 217 ม.11 บ้านท่าสะอาดใต้ ต.ท่าสะอาด สภาพศพสวมใส่ชุดกีฬาเสื้อยืดแขนสั้นสีดำแดงและกางเกงขาสั้นกลมท่าคาดเหลือง ศพนอนคว่ำหน้าลอยอืดในน้ำลึกประมาณ 2 เมตร ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน

สอบสวนนายสมศักดิ์ ชัยคำจันทร์ อายุ 50 ปี ลูกชาย ทราบว่า ผู้ตายป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์หลงๆลืมๆ ปกติจะมานอนพักอยู่ด้วยที่บ้านในสวนยางพาราห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร และมักจะเดินกลับเข้าหมู่บ้านเป็นประจำ ก่อนหายตัวไประหว่างทางมีคนพบเห็นเดินตามถนนเข้าหมู่บ้าน จึงช่วยกันออกตามหา 2 วัน จนมาพบเป็นศพจมลำห้วยดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าขณะที่เดินระหว่างทางผู้ตายคงพลัดตกลงลำห้วยขณะที่มีน้ำนอง ด้วยเป็นผู้สูงวัยจึงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ทำไห้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

แค่เห็นก็แสบร้อน จีนจัดแข่งกินเผ็ด-แช่อ่างน้ำพริกสด

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. CGTN รายงานว่าประเทศจีนจัดการแข่งขันท้าทายชายและหญิง แข่งทนต่อความเผ็ดของพริก ที่ไม่ว่าจะกิน หรือลงไปแช่น้ำที่เต็มไปด้วยพริกเม็ดแดง

การแข่งขันกินพริกทนความเผ็ด จัดขึ้นทุกปีที่เมืองฉางชา มณฑลหูหนาน ทางภาคใต้ของจีน การแข่งขันจะให้ผู้เข้าแข่งขันกินพริกให้มากที่สุดซึ่งสถิติอยู่ที่การกินพริกสด 15 เม็ดภายใน 60 วินาที

เมื่อผู้เข้าแข่งขันผ่านคู่แข่งคนอื่นๆ จนผ่านเข้ารอบลึกๆได้แล้ว ต้องไปประลองหาผู้ชนะโดยการกินพริกและแช่น้ำที่เต็มไปด้วยพริกเม็ดแดง

ระหว่างการแข่งขันผู้เข้าร่วมบางคนถึงกับยอมแพ้หลังกัดพริกไปเพียงแค่ครั้งเดียว หรือบางคนที่ต้องรีบหาขวดน้ำมาดื่มเพื่อบรรเทาอาการเผ็ดแสบร้อนในปาก ขณะที่ผู้จัดงานเตรียมหน่วยปฐมพยาบาลไว้ด้วย

 

ทั้งนี้การรับประทานพริกหรืออาหารที่มีรสจัดเกินไปอาจทำให้เกิดโรคทางโรคทางกระเพาะอาหาร เนื่องจากอาหารรสจัดทำให้เกิดกรดในกระเพาะและจะเกิดอาการอย่างท้องอืด แสบท้องและปวดท้องตามมา หรือการรับปประทานอาหารรสจัดอาจทำให้เจ็บปวดร้ายแรงอย่างการเกิดภาวะหลอดอาหารทะลุ

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

โชเฟอร์แท็กซี่ฉุนฝรั่งทุบรถ โดดต่อยหมัดเดียวสลบเหมือด

เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 10 สิงหาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเขตรับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณริมถนนหน้าโรงแรมไวท์โรด ถนนเส้นพัทยาสายสอง ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศอายุประมาณ 40 ปี ไม่ทราบสัญชาติที่แท้จริง นอนสลบแน่นิ่งอยู่กลางถนน พลเมืองดีต้องพากันพยุงขึ้นมาบนฟุตปาธ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

สอบถามนายอนันต์ บุญทั่ง อายุ 46 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ สหกรณ์แท็กซี่พัฒนาบ่อทอง จำกัด หมายเลขทะเบียน ทข 361 ชลบุรี เล่าว่า ในขณะนั้นตนขับรถแท็กซี่ ซึ่งมีผู้โดยสารมาด้วย วิ่งมาตามปกติ ระหว่างนั้นผู้บาดเจ็บไม่ทราบว่ามาจากไหนเดินมาทุบรถแล้วมายืนขวางด้านหน้ารถ ตนจึงหยุดรถแล้วลงมาดู แต่ผู้บาดเจ็บกระชากคอเสื้อ ตนจึงต่อยเข้าที่ใบหน้า 1 หมัด

เบื้องต้นจะต้องรอผู้บาดเจ็บรักษาตัวก่อนเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จะต้องสอบพยานแวดล้อมและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เปิดไทม์ไลน์ ผอ.สาว หายตัว โผล่อัพเฟซบุ๊กลั่นไม่กลับบ้าน ญาติไม่เชื่อ ห่วงความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ได้เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนว่าลูกสาวของนายบุญเลิศ คือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ได้หายตัวไป พร้อมด้วยรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่สามารถติดตามยึดรถเก๋ง ทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ได้ขณะกำลังจะทำสีใหม่ ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกันในเฟซบุ๊กที่เป็นชื่อบัญชีผู้ใช้ Oil Oil ซึ่งเป็นชื่อเฟซบุ๊กของ น.ส.จุฑาภารณ์ หรือ อ้อย ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 60 ได้มีการแชร์ข่าวของสื่อมวลชน กรณีที่พ่อและญาติพี่น้องประกาศตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ โดยในเฟซ ได้มีการเขียนข้อความ #จะกลับบ้านได้มั๊ย สรุป.. ไม่กลับ

และก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 60 เฟซบุ๊กของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้มีการโพสต์ข้อความว่า เตรียมตัวศึกษาธุรกิจนอกพื้นที่ กำลังเดินทางไปที่ สาธารณรัฐเขมร จาก อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และวันที่ 7 ส.ค. 60 ได้มีการโพสต์ข้อความ หุหุ รู้สึกขอบคุณ โดยมีรูปภาพของกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา แต่มีผู้นำภาพมาแปะว่าเป็นภาพจากอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังงมีผู้ใช้นามว่า สุภัค เกษแก้ว เขียนข้อความสอบถามไปว่า ถ่ายรูปตัวเองลงหน่อยว่า สีหน้าสบายจริงไหม คิ้วขมวด แสดงว่า คิดหมายเด้อ ดีใจที่ยังบ่ตาย ดูแลตัวเองด้วย

 

ทั้งนี้ พบว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็น น.ส.จุฑาภารณ์ ที่เล่นเฟซบุ๊กดังกล่าวจริงหรือไม่

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

วิจารณ์แหลก สาวยืนเฉยๆ ดูเด็กโดนรถทับต่อหน้าต่อตา ไม่ร้องเตือน-ไม่ช่วยเหลือ

  เมื่อวันที่ 8 .เซียงไฮอิสต์เผยคลิปวิดีโอชิ้นหนึ่งในโลกออนไลน์โดยมีเด็กคนหนึ่งนั่งยองๆอยู่บนถนนก่อนที่จะถูกรถทับต่อหน้าต่อตาสตรีคนหนึ่งที่อุ้มเด็กอยู่บริเวณดังกล่าว และสตรีคนดังกล่าวไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใดๆทั้งสิ้น

 โดยในคลิปเผยให้เห็นช่วงจังหวะตั้งแต่ก่อนหน้าที่รถยนต์จะค่อยๆแล่นทับเด็กชายที่กำลังนั่งยองอยู่หน้ารถ ส่วนผู้หญิงที่กำลังอุ้มเด็กในคลิปดังกล่าวยืนห่างจากจุดเกิดเหตุเพียงไม่กี่เมตร

 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสตรีคนดังกล่าวไม่ได้แสดงท่าทีเตือน รวมไปถึงแจ้งให้เด็กหรือคนขับรถทราบถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และหลังจากที่เด็กคนดังกล่าวถูกทับ สตรีผู้นี้ก็ยังนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่าคนขับรถอาจจะมองไม่เห็นเด็กที่นั่งยองๆอยู่หน้ารถ เนื่องจากหลังจากทับเด็กแล้ว คนขับรถได้หยุดรถทันทีและรีบมาช่วยเด็กพร้อมกับขับรถไปยังโรงพยาบาล แต่โชคยังดีที่เด็กเคราะห์ร้ายคนนี้มีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 ทั้งนี้ แม่ของเด็กดเคราะห์ร้ายคนนี้ออกมาตำหนิสตรีที่อยู่ในคลิปว่าหากมีการเตือน หรือพูดขึ้นมาคงไม่เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้น

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ยอมรับกลับคำ!! แม่เด็กกราบรองเท้า ลั่นปกป้องลูก เอาผิดครู-เหตุคลิปหลุดเร็ว รร.จ่อขอโทษ

แม่เด็กกราบรองเท้า ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ได้กลับคำพูดว่าจะไม่เอาเรื่องกับคุณครูที่สั่งลงโทษลูกชายที่เกินกว่าเหตุ และได้เจรจาตกลงกันเข้าใจแล้ว แต่เหตุที่เปลี่ยนใจ ที่ไปแจ้งความเอาผิดนั้น เหตุต้องปกป้องลูก เพราะคลิปหลุดไปสู่โซเชียลแล้ว หวั่นลูกอับอาย ขณะที่คณะครูโรงเรียน เตรียมเดินทางไปขอโทษผู้ปกครองในวันศุกร์ ที่ 11 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีครูโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี สั่งลงโทษ ด.ช.ติ้ว (นามสมมติ) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการใช้รองเท้าวางที่ศีรษะ และให้กราบรองเท้า หลังจากที่ ด.ช.ติ้ว (นามสมมติ) ทำผิดระเบียบของโรงเรียนโดยการใส่รองเท้าขึ้นไปบนอาคารเรียน

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเข้าพบกับคุณแม่ของ ด.ช.ติ้ว แต่ยังติดภารกิจและยังไม่สะดวกที่จะให้ผู้สื่อข่าวเข้าพบ แต่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า หลังจากที่ตัวเองได้ทราบเหตุ ก็นำลูกชาย ขอเข้าพบกับผู้บริหาร และครูที่สั่งลงโทษเด็ก ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยในการเจรจา ยอมรับว่า ได้ตกลงกันแล้ว ว่าจะไม่เอาผิดคุณครู และทางโรงเรียนขอให้ลบคลิปดังกล่าวออก ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจกันดีของทั้งสองฝ่าย แต่เหตุที่ต้องเปลี่ยนใจ และกลับคำ ที่จะมาเอาผิดคุณครูที่ก่อเหตุให้ได้ สาเหตุจากคลิปดังกล่าวได้หลุดออกไป และถูกเผยแพร่ออกไปยังสังคมโซเชียล และมีกระแสสังคมกว้างขวางอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนเกรงว่าลูกชายของตนเองจะถูกตำหนิจากโรงเรียน และเกิดความอับอาย จึงต้องการปกป้องลูกชายของตนเอง ถึงได้มีการไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.เดชอุดม ไว้ก่อน ส่วนจะเอาผิดคุณครูถึงที่สุดหรือไม่ จะต้องรอดูข้อกฎหมายจากพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ซึ่งจากเดิมทาง สภ.เดชอุดม มีกำหนดจะนัดไปสอบสวนตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. และได้ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 9 ส.ค.แทน

แม่ของด.ช.ติ้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ลูกได้เดินทางไปโรงเรียนเป็นวันแรก หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ตนได้สอบถามกับ ด.ช.ติ้ว โดยลูกชายบอกว่าตอนนี้ไม่รู้สึกอายแล้ว และลูกชายก็พยายามที่จะไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังมีเพื่อนและรุ่นพี่บางส่วน ได้เข้ามาให้กำลังใจ ด.ช.ติ้ว ด้วย จึงทำให้ลูกคลายกังวลไปได้บ้าง

ส่วนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 จ.อุบลราชธานี จะมีคำสั่งให้ คุณครูที่ลงโทษลูกชายไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตชั่วคราว เพื่อรอการพิจารณานั้น ตนก็รู้สึกคลายกังวลไปในระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องการจะย้ายโรงเรียนนั้น ตนจะไม่ขอย้ายลูกไปเรียนที่อื่น เพราะมีความเชื่อมั่นว่าทางโรงเรียนจะสามารถดูแลลูกชายของตนเองได้เป็นอย่างดี

ด้านนางอรษา วิเศษรอด รองผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งตัว ครูลงโทษ ด.ช.ติ้ว ไปช่วยราชการ เพราะต้องรอคำสั่งการจากผู้อำนวยการก่อน อีกทั้งยังอยู่ในช่วงที่ครูขอลากิจ และมีความเครียดวิตกเป็นอย่างมาก ส่วนทางด้านของสถานศึกษา ขณะนี้ทางคณะครู–อาจารย์ ได้นัดหมายกับผู้ปกครอง เพื่อที่จะเดินทางไปขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคมนี้

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

บุกบ้านช่วยหมา ชาวบ้านพบเจ้าของขังทิ้งในบ้าน 6 ชีวิต จนไซบีเรียนตายคาคอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า WATCHDOG THAILAND (WDT) ได้รับเรื่องร้องเรียนด่วน เจ้าของทิ้งหมาไซบีเรียนตายคาคอก พร้อม ชิสุ 3 ชาไป่ 1 และบางแก้ว อีกหนึ่ง จึงได้ประสาน สภ.มาบตาพุด งัดกุญแจบ้านช่วยชีวิตด่วน โดยเหตุดังกล่าวเกิดที่หมู่บ้านแสนสุข ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง ระยอง โดยประชาชนในหมู่บ้านแสนสุข ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง พร้อมคนรักสัตว์ผู้ห่วงใยส่งเรื่องเรื่องและภาพร้องเรียน WDT เหตุเจ้าของหมามาเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านและอาจมีปัญหาส่วนบุคคล ทำให้ต้องออกจากบ้านไปโดยทิ้งน้องหมาหกชีวิตไว้ภายในบ้านที่ล็อกกุญแจรั้วประตูบ้าน แต่เปิดประตูภายในบ้านเอาไว้

WDT ประสาน พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผกก. สภ.มาบตาพุด ให้การช่วยเหลือกำกับดูแล โดยมอบหมาย ร.ต.อ.ไมตรี ภากุล ร้อยเวรคดีอาญาประจำวัน นำทีมเจ้าหน้าที่จาก The man thar rescue dogs เดินทางจากชลบุรี เข้าช่วยเหลือน้องหมาทั้ง 6 ชีวิต พร้อมประชาชนผู้ร้องเรียนในพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือได้เพียง 5 ชีวิต เพราะมีไซบีเรียนนอนตายคาคอกไปแล้วหนึ่งตัว คงเหลือ ชาไป่ 1 บางแก้ว 1 และ ชิสุห์ อีก 3 ในสภาพเห็บหมัดเต็มตัว พร้อมทำบันทึกช่วยเหลือสัตว์ไว้เป็นหลักฐาน หากสามารถติดตามเจ้าของกลับมาได้ ไม่ทราบสาเหตุครับ ว่าเหตุใดเจ้าของจะถึงบ้านไปโดย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เตรียมตัวให้พร้อม ปฏิรูปรถเมล์ เปลี่ยนหมายเลขรถ ใช้ตัวเลขผสมตัวอักษรภาษาอังกฤษ

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เมื่อเพจ รถเมล์ไทย.คอม Rotmaethai.com ได้เผยแพร่ “เปิดโผเลขสายรถเมล์ใหม่ ในเส้นทางปฏิรูป 269 เส้นทาง” โดยระบุว่า ได้รวบรวม ข้อมูลเส้นทางรถเมล์ที่ใช้เลขสายใหม่ ในเบื้องต้น เขตการเดินรถที่ 7 และ 8 มีเลขสายรถเมล์แบบใหม่แล้ว พร้อมกับได้ลงตารางเผยแพร่หมายเลขรถที่เปลี่ยนไว้


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

คุณแม่สุดช้ำ! เพื่อนบ้านขอลูกขวบเศษไปเล่น ก่อนใช้สายยางฟาด อ้างหมั่นเขี้ยวเด็ก

เป็นเรื่องสุดสะเทือนใจคนเป็นแม่ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก DR.K v.3 ได้เผยแพร่เรื่องราวที่ถือเป็นอุทาหรณ์ของพ่อแม่ หลังให้เพื่อนบ้านที่สนิทกันพาลูกวัยเพียงขวบเศษไปเล่นที่บ้าน แต่เมื่อกลับมาพบว่า ลูกโดนตีได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เพื่อนบ้านก็หลบหน้าและไม่แสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยระบุถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า #เตือนใจ ระวังอย่าปล่อยให้เด็กอยู่พ้นจากสายตา ขนาดคิดว่าเป็นคนสนิทข้างบ้านเรา ยังทำร้ายกันได้ คิดว่าลูกคงถูกทำร้ายจากเพื่อนบ้าน โดยเรื่องเกิดขึ้นวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา คนข้างบ้านที่รู้จักกันสนิทกันมากด้วย เขามาขอลูกเราไปเล่นบ้านเขา เราก็ให้ไปคิดว่าคนรู้จักกันสนิทกัน ไม่คิดว่าจะเกิดแบบนี้ น้องไปบ้านเขาไม่ถึง 10 นาที เสียงน้องร้องดังมาก เราก็รีบวิ่งไปหาน้อง แต่น้องร้องอย่างเดียว เพราะน้องยังพูดไม่ได้คะ น้องพึ่ง 1 ขวบกว่าเองๆ พอกลับมาบ้านก็เลยจับน้องอาบน้ำถอดเสื้อผ้าน้องถึงเห็นรอย

พอเกิดเรื่อง เราก็ไปเคลียร์ไปคุยกับเขา เขาไม่ออกมาคุยเลย เขาหลบหน้าเราตลอด ให้คนอื่นออกมารับหน้าแทน เลยคิดว่าถ้าเขาไม่ได้ทำผิดเขาทำไมไม่ออกมาคุย โดยคิดว่าจะไปแจ้งความ เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูก

ต่อมาแม่เด็กไปดักรอคุณป้าเพื่อนบ้านและเค้นถามความจริง ก่อนยอมรับว่า ตีเด็กจริง เพราะหมั่นเขี้ยวที่เด็กน่ารัก ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ใช่ เข็มขัด ด้ามไม้กวาดหรือหนังสือพิมพ์ที่พวกเราเดาสักอย่าง เเต่คือ สายยาง โดยป้าเพื่อนบ้านขอรับผิดชอบการกระทำทุกอย่าง ด้วยการขอชดใช้เงินค่าทำขวัญ 5,000 บาท

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ