ตื่นทั้งเมืองเลย พบรอยเท้าประหลาดในถ้ำดินเพียงชาวบ้านลือเป็นผีกองกอย!

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายสว่าง อภัย อายุ 64 ปี หรือลุงแว่น ภูบ่อบิด อยู่บ้านเลขที่ 1/3 ถนนเลย-นาด้วง ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย ผู้ดูแลภูบ่อบิด จุดชมวิวแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเลยแห่งใหม่ โพสต์ภาพรอยเท้าผีกองกอยหรือผีโป่ง ในเฟซบุ๊กของคนเมืองเลย ว่าพบเห็นรอยเท้าผีกองกอยหรือผีโป่ง ภายในถ้ำดินเพียง บนภูบ่อบิด ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย ซึ่งหลังจากที่นายสว่างโพสต์ภาพลงไปนั้นก็มีผู้เข้ามาคอมเม้นท์เป็นจำนวนมาก โดยบางคนเข้าไปโพสต์ว่าผีกองกอยมีจริง บ้างรายก็ว่าเป็นเรื่องตลก เป็นจำนวนมาก เป็นที่ฮือฮาไปทั่วจังหวัดเลย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ แต่ไม่พบนายสว่าง จึงสอบถามพูดคุยทางโทรศัพท์201609251323542-20021028190420นายสว่าง เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ดูแลภูบ่อบิดมานานหลายปี จนประกาศเป็นวนอุทยานแห่งชาติ นอกจากนั้นยังเป็นมัคคุเทศก์พานักท่องเที่ยวชมภูบ่อบิดและถ้ำดินเพียง จนเมื่อไม่นานมานี้พานักท่องเที่ยวไปชมถ้ำดินเพียง เมื่อเดินเข้าไปพบเห็นรอยเท้าลักษณะคล้ายคนแต่เล็กกว่าและมี 3 นิ้ว จะว่าเป็นรอยเท้าหมีหรือสัตว์ป่าชนิดอื่นก็ไม่ใช่ จึงนึกได้ว่า มีผู้เฒ่าบอกกล่าวถึงผีกองกอยหรือผีโป่ง จึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ และนำภาพไปให้พระอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยเห็น พระบอกว่าเป็นรอยเท้าของผีกองกอยจริง

นายสว่าง กล่าวต่อว่า ผีกองกอยหรือผีโป่ง มีลักษณะใบหน้าเรียวแหลม รูปร่างลักษณะเหมือนลิง แต่มีขนาดเล็กกว่าลิงหรือลิงลม เชื่ออีกว่าผีกองกอยเป็นผีที่อาศัยอยู่ในถ้ำหรือโพรงไม้ ออกหากินโดยจับปลากินตามลำห้วยหรือแม่น้ำ ผีกองกอยชอบเดินถอยหลัง และพูดอะไรที่ตรงข้ามกับความจริงเสมอ แต่ส่วนใหญ่จะเห็นแต่รอยเท้ามากกว่าหรือในตำนาน เมื่อได้ฟังจึงได้เกิดความเชื่อขึ้นมาทันที จนนำภาพมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ไม่คิดว่าจะเกิดกระแสจนโด่งดังไปทั่วจังหวัดเลย แต่ทั้งนี้ตนอยากจะให้ใช้วิจารณญาณด้วยเพราะเรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

ที่มา>>>ข่าวสด

เด็กชายอายุ 13 ตระเวนร้องเพลง หาเงินมารักษาน้องที่ ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ชมคลิป)

เด็กชายอายุ 13 ตระเวนร้องเพลง หาเงินรักษาน้องที่ป่วยมะเร็ง เม็ดเลือดขาว ส่งแรงใจพร้อมกัน วันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.2559 เวลา 10.00 น. ทางแอปพลิเคชัน AISPLAY สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง YouTube:sarnrakais และ PayaiTV และทาง AISPLAYBOX

แหย๋ ไพศาลี หรือเด็กชายธนานันท์ ปักไคหัง เด็กหนุ่มชั้นม.1 โรงเรียนวังข่อยพิทยา อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ มีความฝันอยากเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่ง ตระเวนประกวดร้องเพลงเพื่อหาเงินมารักษาอาการป่วยของน้องสาว วัย 3 ขวบ ที่ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผ่านมากว่า 20 เวที ไม่เคยได้รางวัลชนะเลิศแม้สักครั้ง เวทีร้องเพลงอาจล้มลุกคลุกคลาน แต่ในเวทีชีวิตจริง เค้าคือผู้ชนะของน้องๆ ..ทุกวันนี้แหย๋ยังคงเดินหน้าต่อเพื่อความฝันที่จะสานต่อดนตรีลูกทุ่งที่เขารัก สมัยเด็ก นพ หรือ ด.ช.ธนานันท์ ปักไคหัง เคยมีปัญหาเรื่องการเดิน เพราะข้อเท้างอเข้าหากัน เข้ารับการผ่าตัดและเข้าเฝือก รักษาจนเดินได้ปกติเหมือนเด็กทั่วไป เมื่อน้องสาวมาป่วยหนักเช่นนี้ เขาจึงรับรู้ความรู้สึกของน้องได้เป็นอย่างดี และหวังว่าในวันหนึ่งน้องจะกลับมาหายดี ..มาเป็นน้องสาวที่สดใสในทุกๆวันของเขา

ครอบครัวมีอาชีพพออยู่รอด แต่เมื่อน้องสาวมาป่วยหนักเช่นนี้ รายได้ที่หามาได้ จึงจำเป็นต้องใช้กับการเดินทางไปรักษา และทำเคมีบำบัด ซึ่งต้องเดินทางจากบ้านในอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวเมืองนครสวรรค์ ที่ห่างกัน 100 กิโลเมตร

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวชวนอาบน้ำบ่อด้วยกัน!! แชร์หนักมากภาพประชดถนนหลุมเมืองไทย

กลายเป็นภาพที่ได้รับการแชร์อย่างหนัก ณ เวลานี้ เมื่อ เพจ ฮา กะเหรี่ยง ได้นำภาพหญิงสาวอาบน้ำบนพื้นผิวถนนมาลง โดยระบุว่า “อาบน้ำไหม น้ำมีหลายบ่อ มาอาบด้วยกัน” พร้อมระบุสถานที่ว่า บ้านตีนธาตุ อ.แม่ละมาด จ.ตาก และยังเชิญชวนให้คนอื่นๆ แชร์ภาพว่า บ้านใครมีบ่อน้ำแบบนี้ ขอเสียงหน่อย ซึ่งพบว่า ภาพดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้งนี้ จะพบเห็นได้บ่อยๆว่า ถนนในต่างจังหวัดมักจะมีจุดที่ทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งหากชาวบ้านที่ใช้เส้นทางเป็นประจำทนไม่ไหว ก็จะเกิดอาการประชดภาครัฐด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นติดป้าย เอาต้นไม้มาปลูกลงบนถนน หรือ อาบน้ำบ่อประชดแบบนี้เป็นต้น14441087_978372215623091_8529030299605158339_nscreenshot-2518

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อนคลิปสาวยืนถือปืนคุมเชิงให้เพื่อนตบสาวท้อง

คลิปนี้โพสต์โดยเฟซบุ๊ก ชื่อ Alis Sorsa โพสต์คลิปการตบตีทะเลาะวิวาทของหญิงสาวคู่หนึ่ง โดยหญิงฝ่ายหนึ่งตั้งครรภ์ และมีเพื่อนของอีกฝ่าย เป็นหญิงรูปร่างท้วมเสื้อฟ้าเดินถือปืนขึ้นลำ ออกมายืนอยู่ ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังตบกันอยู่

ระบุว่า “คลิปนี้คืออีกคลิปนะคะที่ตบกันเพราะเขามาต่อยหน้าแม่ลิส เคลียร์จบแล้ว แพ้ค่ะ ยอมรับ แต่ทนไม่ได้คะ ตอนจบคลิป มีผู้หญิงเสื้อฟ้าถือปืนออกมาขึ้นลำรอ หมายความว่าไงคะ แค่ตบกันจะเอาถึงตายเลยเหรอ ..เข้ามาห้ามเพราะท้องแล้วเลือดออก จะทนดูเฉยๆได้ไหม…

แต่คนเสื้อฟ้า ดูกันแล้วก็พิจารณากันเอาเอง #ผู้หญิงท้อง#เราเดี่ยวกันแบบใสๆไม่ได้ติดใจหรือคาใจอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ติดใจเสื้อฟ้ามาก ทำไมทำแบบนี้ ไม่เฟี้ยวเลย แชร์วนไปค่ะ ฝากหน่อยค่ะ เสื้อดำนี้คือหนูเองกำลังท้อง ส่วนคนชุดลายมาต่อยหน้าแม่หนูถึงที่ทำงาน โดยไม่มีสาเหตุหรือมูลความจริง หนูเป็นลูกหนูยอมไม่ได้ค่ะ เลยมานัดตบกับคนนี้ หนูตบแพ้คะแต่หนูยอมรับ แต่สังเกตที่คนเสื้อฟ้านะคะ ตอนจบเอาปืนมาขึ้นลำกล้องรอนี้แบบไหน

…นางเดินถือปืนมาขึ้นลำพร้อมยิง คืออะไรช่วยกันแชร์ไปคะ ต่อยแม่ไม่พอยังจะฆ่าลูกอีก ช่วยกันแชร์นะคะ กูพลีชีพเพื่อแม่คะไม่ใช้ผู้ชาย แยกแยะด้วย สู้เพื่อแม่อะรู้จักไหม..”จนทำให้มีการแชร์คลิปดังกล่าวจำนวนมาก ส่งผลให้มีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์รย์กันเป็นจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

พึ่งร่างทรงช่วยหา 2 ฝีพายเรือยาวล่มบอกตายแล้วร่างจมใต้แม่น้ำป่าสัก ระดมทีมเร่งค้นหา

กรณีเรือยาวแม่มณีสายชลที่กำลังซ้อมฝีพาย เพื่อที่จะร่วมแข่งขันในงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ก.ย. – 4 ต.ค. ณ แม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าวัดไตรภูมิ ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ โดยมีฝีพายอยู่ในลำเรือ 25 คน เมื่อซ้อมเสร็จกำลังจะนำเรือเข้าฝั่ง แต่เรือขวางทางน้ำที่ไหลเชียวหัวเรือกระแทกกับผนังกั้นแม่น้ำ ทำให้เรือถูกกระแสน้ำซัดจนล่ม คนที่อยู่ในเรือต่างว่ายน้ำเอาชีวิตรอด เจ้าหน้าที่ที่นำเรือออกไปช่วยโดยสามารถช่วยได้ 23 คน สูญหาย 2 ราย คือนายอรรถพล หรือตั้ม พรมแสง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 4 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และนายพิทยา หรือบี ไผ่ทอง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ 8 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังออกค้นหาจนกระทั่งเวลา 01.00 น. ของวันที่ 21 ก.ย. จึงยกเลิกการค้นหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น201609211124171-20050615160100ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 21 ก.ย. เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ และอาสาสมัครร่วมกตัญญูในเขตพื้นที่เพชรบูรณ์ ออกปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายอีกครั้ง โดยได้ระดมกำลังกว่า 100 นาย และเรือท้องแบน 4 ลำ แล่นไปตามลำน้ำ แต่ไม่สามารถใช้นักประดาน้ำได้ เนื่องจากมีกระแสน้ำที่รุนแรง มีความลึก 8-10 เมตร อีกทั้งใต้น้ำยังมีเศษกิ่งไม้ ต้นไม้จมอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ได้ใช้วิธีการทรงเจ้าเข้าช่วย โดยคนทรงบอกว่าทั้งสองรายได้เสียชีวิตแล้ว ร่างจมอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร ใกล้กับจุดที่พบเรือลำที่ล่ม ซึ่งขณะยังไม่สามารถนำเรือขึ้นมาได้ เนื่องจากกระแสน้ำรุนแรงมาก แต่ได้นี้ใช้เชือกผูกไว้กับต้นไม้สภาพลำเรือไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด201609211124173-20050615160100201609210954235-20021028190322

ที่มา>>>ข่าวสด

อุทาหรณ์!! ฝากเลี้ยงรายวันคนเลี้ยงอ้างเด็กตกรถเข็น พ่อแม่ช็อกรอยช้ำเต็มตัว โร่แจ้งความ

วันที่ 20 ก.ย. ผู้สือข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊ก Mint Poss ได้โพสต์รูปเด็กทารกมีร่องรอยฟกช้ำที่หลังและขา พร้อมข้อความว่า “ลูกชายผมเอง ฝากเลี้ยงวันเดียวเป็นขนาดนี้ คนเลี้ยงเด็กบอกตก รถเข็นเด็ก !!!!” โดยมีคนแชร์โพสต์ดังกล่าวกว่า 1 หมื่นครั้ง และเข้ามาเขียนแสดงความเห็นจากกรณีดังกล่าวจำนวนมาก14344910_1664657613848191_8116335384673888108_nโดย น.ส.ศลุตา วิรัญโท แม่ของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยกับ “ข่าวสด” ว่า ลูกชายอายุได้ 5 เดือน โดยครอบครัวตนอยู่ที่ อ.เมือง จ.ตราด ส่วนสามีตนมีอาชีพเป็นช่างตัดผม และตนจะเป็นคนเลี้ยงลูกเป็นหลัก มีบางวันที่ออกไปรับจ้างเสิร์ฟอาหาร ซึ่งตนได้เห็นประกาศรับเลี้ยงเด็กทางเฟซบุ๊กชื่อ “คนตราดหางาน” ซึ่งมีผู้หญิงรายหนึ่งมาโพสต์แจ้งไว้ว่ารับเลี้ยง ตนจึงนำลูกไปฝากเลี้ยงที่บ้านของหญิงรายนี้ในวันที่ออกไปทำงาน ซึ่งบ้านของพี่เลี้ยงอายุประมาณ 30 เศษๆ ไม่ได้ทำเป็นสถานเลี้ยงเด็กเล็กอย่างเป็นทางการ แต่มีลูกของเขาอีก 2 คน กับ ลูกตนเท่านั้น โดยที่ผ่านมาประมาณ 2 เดือน ได้ให้ฝากเลี้ยงลูกตนมา 5 ครั้งแล้ว มีค่าใช้จ่ายครั้งละ 150 บาท14364899_1664657827181503_7819241693888307813_nน.ส.ศลุตา กล่าวต่อว่า วันเกิดเหตุเป็นวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา พี่เลี้ยงคนดังกล่าวได้พาลูกตนมาส่งที่บ้าน และบอกเพียงว่า น้องตกรถเข็น จากนั้นก็คุยกันปกติ จนกระทั่งตนเห็นแผลฟกช้ำที่หลังและขาของลูก ตกใจมาก จึงพาไปหาหมอ ซึ่งหมอบอกว่าไม่น่าจะใช่รอยตกรถเข็น น่าจะเกิดจากการทุบมากกว่า ตนและแฟนจึงไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองตราด ทันที ซึ่งทางพี่เลี้ยงก็ยืนยันว่าลูกตนตกรถเหมือนเดิม อีกทั้ง ที่ผ่านมาพี่เลี้ยงก็มาเยี่ยมลูกตนที่บ้านทุกวัน แต่ขณะนี้ยังรอผลการตรวจร่างกายจากหมออยู่ ซึ่งถ้าทราบว่าเป็นการทำร้ายร่างกายครอบครัวตนก็จะดำเนินการให้ถึงที่สุด ส่วนอาการของเด็กขณะนี้รอยช้ำเริ่มจางหายเป็นปกติแล้ว14369937_1664657060514913_2660718695885810536_n14322412_1664656690514950_7712330555043807188_n

ที่มา>>>ข่าวสด

คลื่นแรงซัดเหรียญโบราณ-ของมีค่าเกลื่อนหาดปากเมง ชาวบ้านตื่นไล่เก็บบางคนโชคดีเจอสร้อยทอง

ชาวบ้านริมหาดปากเมงแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของตรัง พบเหรียญเก่าใหม่ของมีค่า ซึ่งถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยตื้นเป็นจำนวนมาก คาดเป็นของนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำหรือเรือล่มเมื่อหลายปีก่อนเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบริเวณชายหาดปากเมง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.ตรัง พบเหรียญโบราณทั้งเก่าและใหม่ รวมทั้งของมีค่าอื่นๆ ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยตื้น ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ชาวบ้านออกมายืนดูน้ำทะเลที่ซัดเข้าหาฝั่ง และพบเหรียญจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ตามชายหาด จึงเดินเก็บไปเรื่อยๆ รวมทั้งยังพบพระเครื่องจากวัดดังอีกหลายองค์ ทำให้ผู้ที่ทราบข่าวต่างลงมาหาเหรียญโบราณและเหรียญต่างๆ กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะพบมากในช่วงที่มีคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง และเป็นปีแรกที่พบเหรียญเหล่านี้ตามชายหาด201609191337281-20021028190209น.ส.นิต้า เด่นมาลัย อายุ 21 ปีอยู่บ้านเลขที่ 169 หมู่ที่ 4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง กล่าวว่า สำหรับเหรียญโบราณที่พบชาวบ้านจะนำไปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนเหรียญใหม่ๆ ก็จะนำไปใช้ โดยบางคนเก็บได้มากถึง 300-500 บาทต่อวัน และบางคนยังเคยโชคดีพบสร้อยคอทองคำมาแล้วด้วย ส่วนหนึ่งคาดว่าน่าจะมาจากนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำ และพกเศษเหรียญติดตัวลงไปด้วย เมื่อถูกคลื่นซัดเข้าจึงทำให้ตกหล่น ขณะที่พระเครื่องหรือสร้อยก็อาจขาดและตกลงไปในทะเลด้วย ยกเว้นเหรียญโบราณนั้นสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากเรือสินค้าที่เคยล่มเมื่อหลายสิบปีก่อน เนื่องจากพบเหรียญตั้งแต่สมัย พ.ศ.2510-2520201609191337325-20021028190209

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวสมุยสุดทน คู่รักแอบพลอดรัก นอนกอดจูบในซอกโขดหิน จุดท่องเที่ยวดังหินตาหินยาย

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กในเพจ “รวมพลคนสมุย” ที่ใช้ชื่อว่า Armon Jarupakorn (อมร จารุปกรณ์) ได้โพสต์รูปภาพชายหญิงคู่หนึ่งที่เข้าไปนอนอยู่ในซอกโขดหินในสถานที่ท่องเที่ยวหินตาหินยา ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยบรรยายว่า “คุณเห็นอะไรในรูป?ผมอุตส่าห์จะมาถ่ายรูปสวย ๆ แต่สิ่งที่เจอมันไม่เหมาะกับสถานที่ท่องเที่ยวเลย วันก่อนปีนหินตายังพอรับไหว วันนี้นัวเนียกันตรงนี้เลย ผมว่ามันเกินไปนะคับ ฝากผู้ใหญ่ใจดีดูแลหน่วยคับเพื่อสมุยที่น่าอยู่”

โดยภาพที่นำมาโพสต์เป็นภาพที่คู่รักนี้นอนกอดก่ายกันอยู่บนโขดหิน ทั้งกอดและจูบกันอย่างไม่แคร์สายตาต่อผู้ที่พบเห็น ขณะที่บริเวณใกล้กันก็ยังมีน้กท่องเที่ยวเดินเข้าชมหินตาหินยายเป็นจำนวนมาก จนทำให้มีผู้ที่เห็นว่ามีความไม่เหมาะสมเข้าไปแสดงความคิดเห็นตำหนิคู่รักนี้เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นการลบหลู่ศาลหินตาหินยายที่ตั้งอยู่บริเวณนั้น และต้องการให้คู่รักนี้มากราบขอขมากับศาลหินตาหินยาย เพราะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้านับถือกราบไหว้201609182139034-20060530143915สำหรับจุดที่คู่รักชายหญิงเข้ามาพลอดรักนั้นอยู่ใต้โขดหินขนาดใหญ่ที่วางซ้อนกัน อยู่ห่างกับหินตาประมาณ 30 เมตร พบคู่รักฝ่ายชาย อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ส่วนฝ่ายหญิง อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อยืดโปโลสีส้ม นุ่งกางเกงผ้าสีม่วง จากการสังเกตุที่ใบหน้าและลักษณะการแต่งตัวคาดว่าเป็นชาวเอเซียคล้ายคนไทย หรือแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก! อาคารสูง 60 ชั้นสั่นไหวกลางกรุง คนอพยพวุ่น ที่แท้วิศวกรทดสอบปั๊มดับเพลิง ทำให้ตึกสั่น

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 19 ก.ย. สวพ.91 ได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และจนท.เขตปทุมวัน เข้าตรวจสอบอาคารแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด บริเวณถนนราชดำริ กทม. ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หลังรับแจ้งว่าอาคารเกิดสั่นไหว และมีเศษกระจกตกลงมาด้านล่าง ขณะนี้คนงานที่อยู่ภายในอาคารได้อพยพลงมาด้านล่างทั้งหมดแล้ว14369975_1363223197021540_8029504848473118061_nนางมรกต สนิทธางกูร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาเขต เจ้าหน้าที่สำนักการโยธา ทหาร ตำรวจสน.ลุมพินี เพื่อตรวจสอบการสั่นไหวของอาคารดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าวิศวกรอาคารได้มีการทดสอบระบบ Fire ปั๊ม หรือระบบทดสอบเพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้ในอาคารสูงจำนวน 4 เครื่อง โดยตึกดังกล่าวมีความสูง 60 ชั้น ชั้นที่ทดสอบอยู่ที่ชั้น 58 ซึ่งระบบดังกล่าวจะดึงน้ำจากชั้น 30 ระหว่างที่ระบบทำงาน ทำให้ ส่งผลให้คนงานและเจ้าหน้าที่ ประชาชนในอาคาร เกิดความตกใจ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ14316739_1363223187021541_8091657805272227756_nนางมรกตกล่าวว่า ทั้งนี้ยืนยันว่าตึกดังกล่าว ไม่ได้เกิดการทรุดตัวแต่อย่างใด แต่เป็นการเข้าใจผิด เพราะหากมีการทรุดตัวจริง วัสดุหรือกระจก จะต้องมีรอยแตกร้าวอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าวิศวกรขาดการประชาสัมพันธ์ในเรื่องระบบการทำงานของเครื่องดังกล่าว จึงได้แจ้งให้วิศวกรรับทราบ เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ต่อไป14390618_1363223207021539_5030515982451633253_n

ที่มา>>>ข่าวสด

ท้องแล้วจ้า “แพท ณปภา” สมใจอยากมีลูก ชี้แต่งงานไม่ใช่เรื่องสำคัญ แค่ขอให้อยู่แล้วสุข

แพท ณปภา ตันตระกูล เปิดแถลงข่าวครั้งแรก ภายหลังจากถูกแฟนหนุ่ม ขอแต่งงานกลางสนามแข่งรถเมื่อเร็วๆ นี้ โดยแพท เปิดเผยว่า ที่เราพูดช้า เพราะอยากให้ทุกอย่างชัวร์ ดีกว่าพูดไปแล้วมาแก้ไขทีหลัง ซึ่งพี่เบนซ์ ขอแพท แต่งงานมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่แพท มีคอนเซ้ปต์ว่า ไม่ท้องก็ไม่แต่ง ซึ่งตอนนั้น ยังไม่แน่ใจอยากทำงานและขอเช็คให้ชัวร์ก่อน ซึ่งแพท เองไม่ได้คาดหวังเรื่องแต่งงาน แค่อยากมีครอบครัว ถ้าไม่ท้องก็จะไม่แต่ง แค่อยากมีลูกอยากมีครอบครัวการแต่งงานไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าที่อยากมีครอบครัว

“เราทั้งสองคนแพลนไว้ว่าอยากมีลูกปีหน้า เพราะอายุเราสองคนก็พอดี คุณหมอก็บอกว่าดี ถ้าปล่อยเลยไปกว่านี้ก็จะมีลำบาก ซึ่งก็ได้เข้าไปปรึกษาคุณหมอ จะมีลูกอยากขึ้นเพราะด้วยอายุ และการทำงานที่หนักมาก การแต่งงานไม่ใช่ที่สุดของชีวิต แต่การอยู่ด้วยกันแล้วต้องมีความสุข”s__4849676“คุณหมอก็ได้บอกว่า ถ้าอยากมีลูกปีหน้า ต้องให้เริ่มดูแลตั้งแต่ปีนี้ โดยตัวเองนั้น เป็นชีสต์มาตั้งแต่เด็ก ต้องกินยาคุมมาตลอด พอหยุดกินยาคุมปุ๊ป ก็มาเลยคะ สมใจที่เราต้องการ ประมาณ 2 เดือนที่แล้ว ซึ่งตอนแรกที่ยังไม่บอกใคร เพราะคุณหมอกังวลเรื่องการฝังตัวของน้อง เพราะเราทำงานหนักมาก เลยยังไม่กล้าบอกใครเพราะไม่อยากเสียใจทีหลัง จนตรวจครั้งล่าสุดเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว น้องก็สมบูรณ์แข็งแรงตามที่เราคาดหวังไว้ “แพท ณปาภา กล่าว

แพท กล่าวว่า พี่เบ็นซ์ ได้ขอแต่งงานมาตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งตอนนั้นก็เริ่มตรวจ แต่คุณหมอ ยังไม่แน่ใจและนัดซ้ำอีกครั้งช่วงเดือนที่ 3 ซึ่งหลังจากตรวจ น้องก็สมบูรณ์แข็งแรง สมใจเรา ได้อยากที่เราคาดหวังไว้ ว่า อยากได้ลูกผู้ชาย

ที่มา>>>ข่าวสด